กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7255
ชื่อเรื่อง: การจัดการสวัสดิการกำลังพล กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ
ชื่อเรื่องอื่นๆ: Welfre mngements of stffs in the 3rd infntry bttlion, 21st infntry regiment queen,s gurd
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: ไพฑูรย์ โพธิสว่าง
ณัฐศักดิ์ ขันอาสา
มหาวิทยาลัยบูรพา. คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์
คำสำคัญ: การจัดการองค์การ
สวัสดิการทหาร
มหาวิทยาลัยบูรพา -- สาขาวิชาการเมืองการปกครอง
วันที่เผยแพร่: 2560
สำนักพิมพ์: คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับความต้องการจัดการสวัสดิการของกําลังพลกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ 2. เพื่อเปรียบเทียบความต้องการจัดการสวัสดิการจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของกําลังพลกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ โดยศึกษาเฉพาะกําลังพลกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ จํานวน 254 นาย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การแจกแจง ความถี่ค่าร้อยละการหาค่าเฉลี่ยและการหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการทดสอบสมมติฐานใช้ One-way ANOVA ทดสอบสมมติฐานหาค่าความแตกต่างวิเคราะห์เปรียบเทียบตัวแปรอิสระ ตั้งแต่สามกลุ่มขึ้นไป ผลการวิจัยพบว่า กําลังพลที่ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อความต้องการจัดการสวัสดิการ โดยภาพรวม ในระดับมากที่สุด (𝑥𝑥̅=4.52) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ากําลังพล มีความคิดเห็นต่อความต่องการจัดการสวัสดิการทั้ง 7 ด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ สวัสดิการ ด้านนันทนาการ (𝑥𝑥̅=4.46) สวัสดิการด้านการทํางาน (𝑥𝑥̅=4.44) สวัสดิการด้านการมีรายได้เสริม (𝑥𝑥̅=4.40) สวัสดิการด้านการศึกษา (𝑥𝑥̅=4.30) สวัสดิการด้านความมั่นคงทางสังคม (𝑥𝑥̅=4.29) สวัสดิการด้านสุขภาพอนามัย (𝑥𝑥̅=4.29) และสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย (𝑥𝑥̅=4.22) ตามลําดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ความคิดเห็นของกําลังพลเกี่ยวกับการจัดการสวัสดิการของกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ มีความแตกต่างกันตามประเภทชั้นยศ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ในส่วนของอายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา ตําแหน่ง และอายุการทํางานของกําลังพลมีความต้องการจัดสวัสดิการกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ.05 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัย คือ หน่วยควรจัดให้มีสวัสดิการทั้งในด้านความมั่นคงทางสังคม ด้านการมีรายได้เสริม รวมถึงการนันทนาการและการดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน และจัดให้มีทุนการศึกษาอบรมแก่กําลังพล ในทุกด้านนอกเหนือจากที่กองทัพบกจัดให้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญของกําลังพลต่อไป
รายละเอียด: งานนิพนธ์ (ร.ม.) -- มหาวิทยาลัยบูรพา, 2560
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7255
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:วิทยานิพนธ์ (Theses)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
Fulltext.pdf929.4 kBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น