Abstract:
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวและบริการ ของประเทศไทย หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง จึงเป็นโอกาสและความท้าทาย ของจังหวัดท่องเที่ยวรอง ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี ในการวางแผนและพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว กำหนดแนวทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพิ่มขึ้น โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ พัฒนาโมเดลธุรกิจและแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ และจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (TripAdvisor) ที่มีต่อการท่องเที่ยวด้วยแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง (2) จัดทำโมเดลธุรกิจด้วย Business Model Canvas (BMC) และจัดทำแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ (3) จัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว และ (4) จัดประชุมนำเสนอและถ่ายทอดองค์ความรู้และผลการวิจัยไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของผู้ใช้งาน TripAdvisor ที่มีต่อการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัด ทั้ง ความคิดเห็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีจำนวนทั้งสิ้น 10,869 ความคิดเห็น หลังจากวิเคราะห์ความคิดเห็นปรากฎว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเชิงบวกมากถึง 10,329 ความคิดเห็น (ร้อยละ 95.03) รองลงมาคือ ความคิดเห็นเป็นกลาง 410 ความคิดเห็น (ร้อยละ 3.77) และความคิดเห็นเชิงลบ 130 ความคิดเห็น (ร้อยละ 1.20) แนวโน้มความคิดเห็นเชิงบวกทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของประสบการณ์ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม ความปลอดภัย และการบริการที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อค้นพบเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่ควรได้รับการแก้ไข ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนชำรุด ไฟทางไม่เพียงพอ และปัญหาสำคัญที่พบทั้ง 3 จังหวัด คือ ระบบขนส่งสาธารณะไม่ครอบคลุมสำหรับการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ต่าง ๆ โมเดลธุรกิจและแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ของแต่ละจังหวัดเน้นการเชื่อมโยงจุดแข็งของพื้นที่ เช่น แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะทางทะเล สมุนไพร และวัฒนธรรมท้องถิ่น โมเดลธุรกิจของจังหวัดจันทบุรีมุ่งเน้นที่การท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรม ส่วนจังหวัดตราดมีจุดเด่นที่การท่องเที่ยวทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในขณะที่จังหวัดปราจีนบุรีมีจุดเด่นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (สมุนไพร) และวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเสนอให้ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล เช่น Big Data, IoT, AI และแอปพลิเคชันเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล และการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางออนไลน์ (Digital Influencers) เพื่อเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางในกลุ่มเป้าหมายใหม่สำหรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างภาพลักษณ์จังหวัด พัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น มีเป้าหมายสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีความปลอดภัย ยั่งยืน และยืดหยุ่นต่อความเปลี ่ยนแปลงในอนาคต ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ทั้งหมดตั้งอยู่บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยืน และการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก