Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดภาคตะวันออก 2) เพื่อพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ของครอบครัว และชุมชน สำหรับผู้นำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน 3) เพื่อศึกษาผลของการใช้หลักสูตรเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ของผู้นำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความเข้มแข็งของครอบครัวในภาคตะวันออก เป็นบิดา หรือมารดา และบุตร ในเขตภาคตะวันออก ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบพื้นที่ (Area Sampling) ได้พื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี จากนั้นทำการสุ่มจังหวัดละ 2 อำเภอ และทำการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวอย่างจำนวน 800 ครอบครัว รวม 1,600 คน ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัว เป็นบิดา หรือมารดา และบุตร ในเขตภาคตะวันออก ที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้คัดเลือกโดยใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ชุมชนละ 1 ครอบครัว ได้เป็นจำนวน 30 ครอบครัว รวม 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แบบสอบถามความเข็มแข็งของครอบครัว และหลักสูตรพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัว ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การศึกษาความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดภาคตะวันออก พบว่า ความเข้มแข็งของครอบครัวส่วนใหญ่มีความเข้มแข็งของครอบครัวโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบ พบว่า ด้านความมั่นคงของครอบครัว อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ =2.57) ด้านการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ =2.47) และด้านความพึงพอใจในการใช้ชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ =2.39) และด้านการทำหน้าที่ครอบครัว อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ =2.33) ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่เคยมีส่วนร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้านในชุมชน (ร้อยละ 59.9) มีกิจกรรมกับเพื่อนบ้านในชุมชนปีละ 1 ครั้ง (ร้อยละ 30.9) มีกิจกรรมกับเพื่อนบ้านในชุมชนปีละ 2 ครั้ง (ร้อยละ 8.9) และ มีกิจกรรมกับเพื่อนในชุมชนมากกว่า 2 ครั้งต่อปี (ร้อยละ 0.4) 2.การพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัวในภาคตะวันออก โดยใช้หลักสูตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน สำหรับผู้นำชุมชนอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน พบว่า ครอบครัวที่ได้รับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวจากอาสาสมัคร หรือผู้นำชุมชน ที่ได้รับการอบรมตามหลักสูตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีความเข้มแข็งของครอบครัวในระยะหลังการทดลองสูงกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการนำหลักสูตรนี้ไปใช้ในการพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัว พบว่า ผู้นำชุมชนอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ร้อยละ 90 มีความคิดเห็นว่าหลักสูตรนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านความคิด ความรู้สึก และ พฤติกรรม อันได้แก่ ความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญ และความสามารถในการประเมินและให้การช่วยเหลือครอบครัวได้เป็นอย่างดี และ ผู้นำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ร้อยละ 85 มีความคิดเห็นว่าการพัฒนาครอบครัวตามหลักสูตรที่จะทำให้เกิดการใส่ใจซึ่งกันและกันและเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดภายในครอบครัว