Abstract:
ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลก จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจเป็นอันมาก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการบริการ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกของประเทศไทย จากนโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เพื่อสร้างมูลค่าสูงและยกระดับให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวสุขภาพของเอเชีย นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีแผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สู่การท่องเที่ยวระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและกลุ่มเชิงสุขภาพ โดยมี พัทยา สัตหีบ และระยอง เป็นวงแหวนการท่องเที่ยวหลัก ดังนั้น พื้นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจำเป็นต้องหาจุดแข็งและเอกลักษณ์ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่สอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นที่สำคัญ และที่สำคัญ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้องปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น งานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 งานวิจัยฉบับนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสำรวจ สัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใช้การวิเคราะห์ TOWS เพื่อเสนอแนวทางการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีศักยภาพในภาคตะวันออก ผลลัพธ์ที่ได้คือ องค์ประกอบสำคัญของการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คือ ทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นักท่องเที่ยวต่างมองหาสถานที่พักผ่อนที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและคำนึงถึงความปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง รวมถึงในอนาคตนักท่องเที่ยวจะใช้เวลาในโรงพยาบาลน้อยลง และใช้เวลาในสปาและโรงแรมมากขึ้น ดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีความสำคัญมากเพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องได้ จากการศึกษาพบว่าแนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวระหว่าง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ 2) เน้นบริการที่สามารถปรับแต่งได้เฉพาะบุคคล สุขภาพและเห็นผลเร็ว 3) การนำเทคโนโลยีมาใช้กับการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านการแพทย์ทางไกล และ 4) การสร้างภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ เช่น คุณภาพ การบริการ มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกและความน่าเชื่อถือของบริการ ความเชื่อมโยงกับโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ