Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรศักยภาพกำลังคนด้านการรู้ดิจิทัล 2) ทดลองใช้หลักสูตรการรู้ดิจิทัล และ 3) ประเมินความเหมาะสมหลักสูตรการรู้ดิจิทัล(Digital literacy) โดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีวิธีการดำเนินการวิจัย 3 ระยะ คือระยะที่ 1 พัฒนาหลักสูตรด้านการรู้ดิจิทัล ระยะที่ 2 การทดลองใช้หลักสูตรการรู้ดิจิทัล และระยะที่ 3 ประเมินความเหมาะสมและปรับปรุงหลักสูตรการรู้ดิจิทัล ของกลุ่มกำลังแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าที (t-test แบบ Dependent) ค่าอำนาจจำแนกแบบ Item total correlation ค่าความเชื่อมั่นแบบสัมประสิทธิ์แอลฟ่า การทดสอบประสิทธิภาพ E1/ E2 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา โดยการศึกษาแบบพรรณนาวิเคราะห์จากเอกสาร การทดลอง การบันทึกผลระหว่างการทดลอง และบันทึกพฤติกรรมผู้เรียน
ผลการวิจัยทำให้ได้หลักสูตรด้านการรู้ดิจิทัล ที่กำลังแรงงานมีความต้องการจำเป็นในทักษะที่ต้องการพัฒนาเกี่ยวกับการรู้ดิจิทัล ดังนี้ 1) ด้านการรู้เท่าทันดิจิทัล 2) ด้านการใช้โปรแกรมสำนักงานสำเร็จรูป เช่น Word, Excel,PPT และ 3) ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตรวจสอบประสิทธิภาพของหลักสูตรการรู้ดิจิทัลโดยใช้ E1 / E2 เท่ากับ 81.56 / 84.41 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำการทดลองกับกลุ่มกำลังแรงงาน กลุ่มตัวอย่าง คือ บริษัท ส.กนกการจัดการสิ่งแวดล้อม จำกัด จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก ใช้แบบแผนการทดลอง แบบ One Group Pretest-Posttest Design ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มกำลังแรงงานมีค่าเฉลี่ยคะแนนการรู้ดิจิทัลหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มกำลังแรงงานมีความคิดเห็นต่อหลักสูตรการรู้ดิจิทัล อยู่ในระดับมากที่สุดมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.48 และค่าที (t-test แบบDependent) เท่ากับ 7.47 ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรด้านการรู้ดิจิทัล จากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าอยู่ในเกณฑ์ “เหมาะสมมาก”