Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการประชาสัมพันธ์ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ศึกษาเปรียบเทียบสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ และศึกษาแนวทางการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ โดยดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น กลุ่มที่ 1 คือ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิต จำนวน 333 คน กลุ่มที่ 2 คือ บุคลากรภายนอกคณะศึกษาศาสตร์ จำนวน 138 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ของคณะศึกษาศาสตร์ ข้อมูลแบบตอบสนองคู่ (Dual-response Format) ลักษณะแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์การเปรียบเทียบสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ โดยใช้ดัชนีความสำคัญของลำดับความต้องการ หรือ Modified Priority Needs Index : PNIModified ระยะที่ 2 คือ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนางานประชาสัมพันธ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ปฏิบัติงาน ด้านการประชาสัมพันธ์ หรือด้านภาพลักษณ์องค์กร หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานดังกล่าว ไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
ผลการศึกษาวิจัย พบว่า
1.ผลศึกษาสภาพปัจจุบันในการประชาสัมพันธ์ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.77-4.00 และความต้องการในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.86-4.90
2. ผลการเปรียบเทียบสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ด้านที่มีความต้องการจำเป็นควรได้รับการพัฒนา
เป็นอันดับแรก คือ ด้านการวางแผน (PNIModified =0.29) ลำดับที่ 2 คือ ด้านการประเมินผล (PNIModified = 0.23) และลำดับที่ 3 คือ ด้านการสื่อสาร (PNIModified = 0.22)
3. ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาการประชาสัมพันธ์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ด้านการวางแผน ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการวางแผนการประชาสัมพันธ์ โดยมีองค์ประกอบของวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย สื่อ รูปแบบ ช่องทาง งบประมาณ และการประเมิน แผนการประชาสัมพันธ์ควรเพิ่มเติมเข้าไปในแผนยุทธศาสตร์ เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเอกลักษณ์ขององค์กรอย่างชัดเจน และดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านการสื่อสาร การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรและกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ต้องนำแผนการประชาสัมพันธ์
มาเชื่อมโยงกับข้อตกลงของผู้ปฏิบัติงาน และมีการกำหนดค่าเป้าหมายของงานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างชัดเจน และเพื่อให้การประชาสัมพันธ์มีความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ ต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการให้ข่าวเป็นตัวชี้วัดของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และสร้างเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรกับองค์กร
การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ให้มีความน่าสนใจ เนื้อหาต้องตรงกับความต้องการในการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย อยู่ในกระแสความสนใจของสังคม และท้าทายความสามารถ เช่น กิจกรรมหรือเกม รูปภาพหรืออินโฟกราฟิก และข้อความที่ใช้มีความกระชับ ชัดเจน และทันสมัย นอกจากนั้น สื่อบุคคลยังสามารถสร้างความเข้าใจระหว่างองค์กรและกลุ่มเป้าหมายอีกได้ด้วย
การเลือกช่องทางในการประชาสัมพันธ์ควรเลือกช่องทางที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่อให้เกิดรับรู้ที่รวดเร็วและเป็นวงกว้าง ก่อนการประชาสัมพันธ์ต้องได้รับการตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานของแหล่งข้อมูล โดยการประชาสัมพันธ์ต้องยึดหลักการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยบูรพาว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2564
ด้านการประเมิน การประเมินผลการประชาสัมพันธ์ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ ด้วยกระบวนการ ดังนี้ 1) เก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยเครื่องมือที่หลากหลายทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีเที่ยงตรง 2) วิเคราะห์ข้อมูล 3) สรุปผล และ 4) รายงานผลให้ผู้บริหารรับทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงแก้ไข