กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17712
ชื่อเรื่อง: เศรษฐศาสตร์การเมืองของการต่อต้านคอร์รัปชั่น : กรณีศึกษาประเทศจีนและสิงคโปร์
ชื่อเรื่องอื่นๆ: The political economy of against corruption : The case studies of China and Singapore
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: รุ้งนภา ยรรยงเกษมสุข
คำสำคัญ: เศรษฐศาสตร์การเมือง
การทุจริตและประพฤติมิชอบทางการเมือง
วันที่เผยแพร่: 2563
สำนักพิมพ์: คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองของการต่อต้านคอร์รัปชั่น รูปแบบและมาตรการของการต่อต้านคอร์รัปชั่นในประเทศจีนและประเทศสิงคโปร์ รวมถึงวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการในการป้องกันและปรามปราบการ-คอร์รัปชั่นที่มีความเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองของประเทศไทย การศึกษาพบว่า พลวัตการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองภายในประเทศจีนและประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเกิดขึ้นของการทุจริตคอร์รัปชั่น และการรณรงค์การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น นับตั้งแต่นโยบายการเปิดประเทศ (Open-door policy) กับการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดเสรีของประเทศจีน ทำให้อัตราการทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน (the Communist Party of China) มีสูงมากขึ้น ซึ่งมาตรการและการรณรงค์การ-ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้นำประเทศของจีนนับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 ต่างมีเหตุและผลที่เชื่อมโยงกับความพยายามในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ รวมถึงการก้าวไปมีบทบาทในระดับระหว่างประเทศ อีกด้านหนึ่ง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศสิงคโปร์เกิดขึ้นมาพร้อมกับกระบวนการการสร้างชาติ (nation-building) หลังการได้รับเอกราช ซึ่งมาตรการและการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ผ่านมามีผลสำคัญทำให้ประเทศสิงคโปร์มีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ และยังทำให้พรรคการเมืองอย่าง พรรคกิจประชา (People’s Action Party) สามารถรักษาตำแหน่งทางการเมืองในประเทศสิงคโปร์ได้อย่างยาวนานถึงปัจจุบัน สำหรับรูปแบบของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในกรณีของประเทศจีน มีลักษณะเป็นแบบการ-แทรกแซงเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยตรง (Direct anti-corruption interventions) ผ่านการใช้อำนาจของประธานาธิบดี แตกต่างจากรูปแบบการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยการใช้สถาบันตรวจสอบสูงสุด (Supreme audit institutions: SAIs) ที่ถูกใช้ในประเทศสิงคโปร์ สุดท้าย สำหรับการพัฒนาและสร้างข้อเสนอแนะต่อมาตรการในการป้องกันและปรามปราบการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย จากกรณีศึกษาทั้งสองประเทศทำให้เห็นถึงหลักการพื้นฐานที่สำคัญ อย่างการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การตระหนักถึงประโยชน์โดยส่วนร่วม การใช้มาตรการเชิงรุก และการบูรณา-การเชื่อมโยงกลไกการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่สามารถนำมาสู่การประยุกต์ใช้ต่อกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เหมาะสมในประเทศไทยได้
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17712
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-517.pdf3.17 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น