Abstract:
งานวิจัยนี้ตั้งสมมติฐานว่าการเพิ่มปริมาณของแร่ไอโอดีน-131 สำหรับแต่ละปัจจัยเสี่ยงทางคลินิกจะเพิ่มอัตราความสำเร็จของการกลืนแร่ไอโอดีน-131 สำหรับโรคเกรฟส์ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัตราความสำเร็จของการกลืนแร่ไอโอดีน-131 ที่ใช้วิธีคำนวณปริมาณแร่ไอโอดีน-131 แบบมาตรฐานและแบบใหม่
วิธีการศึกษา
การทดลองแบบเก็บข้อมูลย้อนหลังนี้รับผู้ป่วยโรคเกรฟส์จำนวน 341 รายที่กลืนแร่ไอโอดีน-131 ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ.2557 ถึงกรกฎาคม พ.ศ.2566 ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ประเทศไทย ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ วิธีที่ 1 ใช้วิธีการคำนวณปริมาณแร่ไอโอดีน-131 แบบมาตรฐาน และวิธีที่ 2 ซึ่งใช้วิธีการคำนวณปริมาณแร่ไอโอดีน-131 ที่ปรับเปลี่ยนตามความเสี่ยง ผลลัพธ์หลักคืออัตราความสำเร็จของการกลืนแร่ไอโอดีน-131 ระหว่างสองวิธี และประเมินจากผู้ป่วยมีการทำงานของต่อมไทรอยด์ปกติหรือมีภาวะพร่องไทรอยด์เมื่อติดตามผลครบ 6 เดือน
ผลการศึกษา
ผู้ป่วยในกลุ่มวิธีที่ 2 พบอัตราความสำเร็จของการกลืนแร่ไอโอดีน-131 ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยในกลุ่มวิธีที่ 1 (ร้อยละ 69.1 เปรียบเทียบกับร้อยละ 49.7; P=0.0003) ผลการวัดผลกระทบระหว่างวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 พบว่าผู้ป่วยในกลุ่มวิธีที่ 1 มีความเสี่ยงต่อความล้มเหลวของการรักษาสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (RR= 1.39, 95% CI = 1.16 - 1.68, P=0.0003) แม้ว่าค่ามัธยฐานของปริมาณแร่ไอโอดีน-131 จะต่ำกว่าวิธีที่ 2 เพียงเล็กน้อย (8.0 มิลลิคูรีเปรียบเทียบกับ 8.7 มิลลิคูรี, P=0.252)
สรุปและข้อเสนอแนะ
การคำนวณปริมาณของแร่ไอโอดีน-131 ที่ปรับเปลี่ยนตามปัจจัยเสี่ยงทางคลินิกทำให้เพิ่มปริมาณแร่ไอโอดีน-131 เพียงเล็กน้อยและทำให้อัตราความสำเร็จของการกลืนแร่ไอโอดีน-131 สูงกว่าอัตราความสำเร็จของวิธีการคำนวณแบบมาตรฐาน