Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเหมาะสมและดำเนินการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบและใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยใช้แนวคิดระดับความพร้อมของสังคม (Societal Readiness Level: SRL) ระดับ 4 การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย 3 ระยะ คือ (1) การคัดเลือกตำแหน่งและการออกแบบแนวคิดอุโมงค์ข้ามถนน (Concept Design) (2) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) และ (3) การประเมินความเหมาะสมของอุโมงค์ข้ามถนนต่อระดับความพร้อมทางสังคมโดยใช้รูปแบบสมการโครงสร้าง (Structural Equation Model: SEM) ผลการวิจัย พบว่า พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการก่อสร้างอุโมงค์ข้ามถนนที่สุด คือ บริเวณแยกวงเวียนบางแสนโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญสูงสุดจากวิธีการ AHP เท่ากับ 0.288 การออกแบบอุโมงค์ข้ามถนนยึดหลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม Universal Design โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ รูปแบบทางกายภาพ การอำนวยความสะดวกในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนน การรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน มาตรการในการใช้งาน ผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ของความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของอุโมงค์ข้ามถนนทุกตัวต่อระดับความพร้อมทางด้านสังคมในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนน พบว่า ค่าความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Fit Indices) ซึ่งประกอบด้วย ?2 2 - test /df, P Value, CFI, TLI, RNI, SRMR และ RMSEA อยู่ในเกณฑ์สำหรับความสอดคล้องทุกตัว และพบว่า องค์ประกอบทุกด้านของอุโมงค์มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับความพร้อมทางสังคม (Societal Readiness) ในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนในระดับสูง โดยมาตรการในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนมีค่าสูงสุด เท่ากับ 0.891 การอำนวยความสะดวกในอุโมงค์ข้ามถนน เท่ากับ 0.888 การรักษาความปลอดภัยในอุโมงค์ข้ามถนน 0.887 และสุดท้าย คือ รูปแบบทางกายภาพของอุโมงค์ข้ามถนน เท่ากับ 0.841 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ การพัฒนาอุโมงค์ข้ามถนนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขควรเน้นการออกแบบที่ตอบสนองต่อความปลอดภัย ความสะดวก และการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมประยุกต์แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว