Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบและเปรียบเทียบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อผลกระทบ แนวทางการแก้ไขและควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จังหวัดชลบุรีที่มีต่อชุมชนโดยรอบ ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2550 - 2562 ครอบคลุมพื้นที่ 8 ตำบลใน 2 อำเภอ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่าของไลเคิร์ท 4 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย t-test และ ANOVA ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการเก็บข้อมูลด้วยการเข้าไปหาข้อมูลในพื้นที่และสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง มีการตรวจสอบข้อมูลด้วยหลักสามเส้า ผลการวิจัยเชิงปริมาณ ปรากฏว่า ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ที่มีต่อชุมชนโดยรอบ อยู่ในระดับมาก โดยมีผลกระทบทางด้านการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรทางกายภาพมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรทางชีวภาพ ด้านคุณภาพชีวิต ด้านการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และด้านความยั่งยืนของนิคมอุตสาหกรรมและชุมชน ผลการเปรียบเทียบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ระหว่าง 8 ชุมชน ปรากฏว่า ชุมชนตำบลบ้านเก่ามีผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ ชุมชนตำบลหนองไม้แดง ชุมชนตำบลหนองตำลึง ชุมชนตำบลมาบโป่ง ชุมชนตำบลพานทอง ชุมชนตำบลหนองกะขะ ชุมชนตำบลดอนหัวฬ่อ และชุมชนตำบลคลองตำหรุ ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจาก การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ปรากฏว่า รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนและหลังการเข้ามาของนิคมอุตสาหกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ปรากฏว่า หนึ่ง แนวทางการแก้ไขปัญหา ควรประกอบด้วย การสร้างมาตราการส่งเสริมการย้ายสำมะโนครัวของประชากรแฝง การสนับสนุนให้มีการจัดการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายในพื้นที่ การสร้างพื้นที่สีเขียว และการสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมต่อชุมชนโดยรอบ และสอง การควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ควรมีการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ระยะกลาง สนับสนุนและให้ความสำคัญกับการรักษากิจกรรมต่าง ๆ และทำเป้าหมายในระยะสั้นให้เกิดผล และระยะยาว สนับสนุนการควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นสุข