Abstract:
การศึกษาเรื่อง บทบาทนายกเทศมนตรีหญิงต่อการบริหารงานเทศบาลตำบล ในจังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง เพื่อศึกษาบทบาทของนายกเทศมนตรีหญิงต่อการบริหารงานเทศบาลตำบล ในจังหวัดชลบุรี ประการที่สอง เพื่อศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค และการแก้ไขปัญหาในการบริหารงานเทศบาลตำบลของนายกเทศมนตรีหญิง ในจังหวัดชลบุรี ประการที่สาม เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารงานเทศบาลตำบลของนายกเทศมนตรีหญิง ในจังหวัดชลบุรี และประการที่สี่ เพื่อค้นหาข้อเสนอแนะและแนวทางการสร้างการยอมรับบทบาทของผู้นำสตรี ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ประกอบไปด้วยวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยกลุ่มตัวอย่างของวิธีวิจัยเชิงปริมาณได้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นทั้งหญิงและชาย ในเขตเทศบาลตำบลที่มีนายกเทศมนตรีหญิงดำรงตำแหน่ง ทั้งหมด 6 เขตเทศบาลตำบล ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 396 คน และกลุ่มตัวอย่างวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ นายกเทศมนตรีหญิง ระดับเทศบาลตำบล 6 คน ปลัดเทศบาลหรือรองปลัดเทศบาล ระดับเทศบาลตำบล 6 คน และสมาชิกสภาเทศบาล ทั้งหญิงและชาย ระดับเทศบาลตำบล 12 คน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 24 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย เชิงปริมาณ คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) ที่มีคำถามชนิดปลายปิด ส่วนการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-Structure Interview) ผลกาศึกษาพบว่า ในภาพรวมของระดับความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบและขีดความสามารถในการบริหารงานของนายกเทศมนตรีหญิง ระดับเทศบาลตำบล ในจังหวัดชลบุรีอยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด คือ ด้านการดำเนินงานด้านคุณภาพชีวิต รองลงมาคือ ด้านการเข้าถึงประชาชนในเขตพื้นที่ การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินงานด้านการศึกษา ตามลำดับ สภาพปัญหา อุปสรรค และการแก้ไขปัญหาในการบริหารงานเทศบาลตำบลของนายกเทศมนตรีหญิง ในจังหวัดชลบุรี พบว่า นายกเทศมนตรีหญิงในจังหวัดชลบุรีส่วนใหญ่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในการแสดงบทบาทหรือทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานทั้งหมด เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนที่จะก้าวเข้ามาทำหน้าที่นายกเทศมนตรี จึงทำให้มีการปรับตัวไม่ยากในการบริหารงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานโดยภาพรวมมีความแตกต่างกัน ตามลักษณะด้านภูมิศาสตร์ ประชากร และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และส่วนใหญ่จะพบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน คือการทำงานตามกฎระเบียบข้อบังคับของระบบราชการ วิธีการแก้ไขปัญหาของนายกเทศมนตรีหญิงส่วนใหญ่ใช้วิธีการพูดคุย ปรึกษาหารือกับข้าราชการประจำเพื่อป้องกันการทำงานที่ขัดต่อกฎระเบียบข้อบังคับของระบบราชการ ทัศนคติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารงานเทศบาลตำบลของนายกเทศมนตรีหญิงในจังหวัดชลบุรี ในมุมมองของปลัดเทศบาลหรือรองปลัดเทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาล พบว่า การเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลตำบล และการเห็นชอบในการร่างเทศบัญญัติ โดยภาพรวมไม่มีปัญหาในการทำงาน ส่วนใหญ่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลตำบลจะใช้วิธีการประชุม และชี้แจงข้อมูลต่างๆ ในที่ประชุม มีการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลตำบล มีการทำประชาคมในชุมชน การแสดงบทบาทของนายกเทศมนตรีหญิงในด้านการควบคุมการปฏิบัติงาน โดยภาพรวมมีการควบคุมการปฏิบัติงานได้ดี มีการควบคุมโดยใช้หลักเหตุผล และสามารถทำงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้มีส่วนได้เสียได้เป็นอย่างดี และคุณลักษณะนายกเทศมนตรีหญิงที่เหมาะกับสังคมไทยในปัจจุบัน ในทัศนคติและมุมมองของ ปลัดเทศบาล หรือรองปลัดเทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาล พบว่า ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับท้องถิ่น มีความซื่อสัตย์สุจริต มีการทำงานที่พึ่งพาอาศัยกันแบบเครือข่าย เข้าใจปัญหาของประชาชน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณะ หรือการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานเทศบาลของตน ต้องมีลักษณะเป็นผู้ฟังที่ดี และเข้าถึงง่าย ข้อเสนอแนะและแนวทางการสร้างการยอมรับบทบาทของผู้นำสตรี พบว่า ในภาพรวมส่วนใหญ่มองว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการสนับสนุนการส่งเสริมบาทบาทสตรี คือ งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐที่ยังไม่เพียงพอ และสิ่งที่ต้องส่งเสริมเพื่อสร้างการยอมรับให้กับสตรีมากขึ้น คือ การมีโครงการต่างๆ การอบรมเพิ่มองค์ความรู้ เช่น ระเบียบข้อกฎหมายที่ควรทราบ การพัฒนาบุคลิกภาพ เป็นต้น รวมถึงการขอความร่วมมือจากเครือข่ายต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน