Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นในการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม และเพื่อประเมินหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1)ผู้บริหารหรือผู้แทนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 353 คน 2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองนำร่อง คือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ครูฝึกที่กำลังทำงานอยู่ในสถานประกอบการ จำนวน 20 คน และ 3) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินหลักสูตร คือ ผู้บริหารหรือผู้แทนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 30 คน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นในการฝึกอบรม ระยะที่ 2 การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วย 4 ขั้น คือ ขั้นการนำข้อมูลที่ได้จากระยะที่ 1 มาวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการขั้นการออกแบบและสร้างหลักสูตรฝึกอบรม ขั้นการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรฝึกอบรม และขั้นการปรับปรุงหลักสูตร์ฝึกอบรมฉบับสมบูรณ์ และระยะที่ 3 การทดลองและประเมินหลักสูตร์ฝึกอบรมวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม (E 1/E2) และการทคสอบความแตกต่างระหว่างค่เฉลี่ยโดยอาศัยการทดสอบค่ที (t-test) ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า 1. ผลการศึกษาปัญหาและและวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นในการฝึกอบรม 1.1 สภาพปัญหาการสอนปฏิบัติของครูฝึกในสถานประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในภาพรวมทั้งหมดมีปัญหาอยู่ในระดับมาก (? = 3.69, SD = .38) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มีปัญหาและอุปสรรคในการสอนปฏิบัติอยู่ในระตับมาก (สิ = 4.17, SD =-52) และมีปัญหาทั่วไปอยู่ในระดับปานกลาง (x = 3,21, SD = .27) 1.2 ความต้องการจำเป็นในการฝึกอบรมของครูฝึกในสถานประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในภาพรวมทั้งหมดมีความต้องการอยู่ในระดับมาก (J = 3.86, SD -.36) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ครูฝึกในสถานประกอบการมีความต้องภารจำเป็นในการฝึกอบรมเรื่องแนวทางการเขียนแผนการฝึกอาชีพ อยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.91, 5D = 41) 2. ได้หลักสูตรฝึกอบรมครูฝึกเพื่อเสริมสร้างทักษะการสอนภาคปฏิบัติและการฝึกงานในสถานประกอบการตามแนวทางสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ที่มีองค์ประกอบของหลักสูตร คือ แนวคิดพื้นฐานและความเป็นมาของหลักสูตร์ฝึกอบรม หลักการและของหลักสูตรฝึกอบรม วัตถุประสงค์ของหลักสูตรฝึกอบรม โครงสร้างและเนื้อหาหลักสูตรฝึกอบรม วิธีการ/กิจกรรมการฝึกอบรม สื่อประกอบการฝึกอบรม และการประเมินผล ผลการตรวจสอบคุณภาพ พบว่า ผลการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (เOC เท่ากับ ,92 และผลการตรวจสอบความเหมาะสมสอดคล้องเชิงโครงสร้างของหลักสูตร์ฝึกอบรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ปรากฏว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 3. ผลการทดลองและประเมินหลักสูตรฝึกอบรม 3.1 ผลการทดลองศึกษนำร่องหลักสูตรฝึกอบรม ด้วยการหาประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรมตามเกณฑ์ E1/:2. เท่ากับ 77.50/75.50 และประเมินการเรียนรู้จากการฝึกอบรม ปรากฎว่าคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้จากการฝึกอบรมหลังฝึกอบรมสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้จากการฝึกอบรมก่อนฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 3.2 ผลการประเมินผลหลักสูตฝึกอบรม ด้วยการหาประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรมตามฑ์ E1/E2 เท่ากับ 80.50/80.83 และประเบินการเรียนรู้จากการฝึกอบรมปรากฏว่า คะแนนของผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้จากการฝึกอบรมหลังฝึกอบรมสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้จากการฝึกอบรมก่อนฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.3 ผลการประเมินทักษะการสอนภาคปฏิบัติและการฝึกงานในสถานประกอบการตามแนวทางสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ด้านทักษะการเขียนแผนการฝึกอาชีพของสาขาวิซาช่างยนต์, เครื่องกล และช่างไฟฟ้า มีทักษะอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ นอกนั้นคือสาขาวิชาธุรกิจการบิน, การโรงแรม, ช่างเชื่อม, และโลจิสติกค์ มีทักษะอยู่ในระดัยชำนาญการ ส่วนด้านทักษะการสอนงานของสาขาวิชาช่างยนต์, เครื่องกล, ช่างไฟฟ้า, และช่างเชื่อม มีทักษะอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ นอกนั้นคือสาขาวิชาธุรกิจการบิน, การโรงแรม, และโลจิสดิกค์ มีระดับทักษะอยู่ในระดับชำนาญการ 3.4 ผลการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมพบว่า ในภาพรวมทั้งหมดมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (I = 4.41, SD =.28)