Abstract:
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารายรับและต้นทุนของหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต ของภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาในระหว่างปีการศึกษา 2556 – 2560 โดยข้อมูลที่ใช้มีลักษณะเป็นข้อมูลอนุกรมเวลา ซึ่งถูกนำมาประเมินผลทางสถิติเชิงพรรณนาด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับเศรษฐศาสตร์ จากผลการวิจัยพบว่า ภาควิชาเศรษฐศาสตร์มีรายรับหลัก 3 รูปแบบคือ 1) รายรับจากหน่วยกิตที่นิสิตในภาควิชาลงทะเบียนเรียน ซึ่งรายรับที่แท้จริงจากหน่วยกิต 1 หน่วยที่ภาควิชาได้รับมีค่าเท่ากับร้อยละ 62.28 2) รายรับจากการบริการวิชาการ และ 3) รายรับจากเงินงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล ในส่วนของต้นทุนหลักสูตรของภาควิชานั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ 1) ต้นทุนทางด้านเงินเดือน 2) ต้นทุนค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 3) ต้นทุนค่าลงทุนต่างๆ และ 4) ต้นทุนค่าเสียโอกาส เมื่อวิเคราะห์รายรับร่วมกับต้นทุนของหลักสูตร พบว่า ต้นทุนของหลักสูตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 ซึ่งสวนทางกับรายรับของภาควิชาที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินของหลักสูตรมีแนวโน้มที่แย่ลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ตัวเลขสถิติเชิงพรรณนาในช่วงระยะเวลา 5 ปี ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของรายรับยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยเลขคณิตของต้นทุนหลักสูตร แต่ต้นทุนของหลักสูตรมีความแปรปรวนและความผันผวนมากกว่ารายรับอยู่มาก ในส่วนของการกระจายตัวของข้อมูลนั้น ข้อมูลทางด้านรายรับมีลักษณะเบ้ซ้ายและข้อมูลทางด้านต้นทุนมีลักษณะเบ้ขวา นอกจากนี้ การกระจายตัวของข้อมูลทางด้านรายรับและต้นทุนของหลักสูตรได้รับอิทธิพลของค่านอกเกณฑ์ (Outliers) น้อยมาก เพราะค่าความโด่งของการกระจายข้อมูลนั้น มีค่าน้อยกว่าค่าความโด่งของการกระจายข้อมูลแบบปกติ
อนึ่ง ต้นทุนต่อหน่วยในการจัดการเรียนในหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหากทางหลักสูตรต้องการอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรายได้ประเภทอื่นๆ จะต้องมีรายรับจากการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเทอมละ 8,053.12 บาท สำหรับนิสิตที่จบในปีการศึกษา 2559 และ 2560 ตามลำดับ เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กำหนดกฏเกณฑ์ว่าด้วยสัดส่วนอาจารย์ต่อนิสิต ทำให้สามารถคำนวณได้เพียงค่าเทอมที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรควรเรียกเก็บเพื่อความคุ้มทุนของการบริหารหลักสูตรเท่านั้น โดยค่าเทอมอันพึงประสงค์มีค่าเท่ากับ 7,871.27 บาทและ 9,724.19 บาทในปีการศึกษา 2559 และ 2560 ตามลำดับ สำหรับการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับหลักสูตร สามารถทำได้โดยการดำเนินนโยบาย 3 ประเภทคือ 1) นโยบายในการเพิ่มรายรับ 2) นโยบายในการควบคุมต้นทุนของหลักสูตร และ 3) นโยบายในการเพิ่มคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะทำให้หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตมีการบริหารงานทางการเงินอย่างประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต