Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทำความเข้าใจกระบวนการการจัดบริการสังคมของตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม จำนวน 131 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการการจัดบริการสังคมของตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้นำมีบทบาทสำคัญและการจัดบริการสังคมของตำรวจมีความเป็นระบบแต่ขาดแคลนในเรื่องทรัพยากรทางการบริหารอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงิน คน วัสดุอุปกรณ์ อย่างไรก็ตามการจัดบริการสังคม 5 ทั้งโครงการได้ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความปลอดภัยและตำรวจได้รับการชื่นชม ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ คือ ความไว้วางใจและความพึงพอใจของประชาชน การลดปัญหาในชุมชน ความภาคภูมิใจของประชาชนและตำรวจ และภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นของตำรวจ และยังทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในด้านเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ของจังหวัดและภาคตะวันออก รวมทั้งช่วยทำให้สังคมน่าอยู่ สำหรับปัญหา อุปสรรค สำคัญในการจัดบริการสังคมของตำรวจ คือ ปัญหานโยบายแบบบนลงล่าง ปัญหาความขาดแคลนด้านงบประมาณ คนและวัสดุอุปกรณ์ ความก้าวหน้าและหลากหลายของเทคโนโลยี ความแตกต่างของพื้นที่ การไม่ประสานนโยบายร่วมกันของตำรวจกับหน่วยงานต่าง ๆ การโยกย้ายตำแหน่งของตำรวจ และความย้อนแย้งในการปฏิบัติตัวของตำรวจที่ต้องบังคับใช้กฎหมายและต้องช่วยเหลือประชาชนไปพร้อมกัน สำหรับแนวทางการแก้ไขมี 4 ประการ 1) การพิจารณาปัญหาและนโยบายอย่างเชื่อมโยงและการจัดระบบการบริหารจัดการให้สั้น ชัดเจน และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เน้นความต้องการและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ 2) การจัดสรรทรัพยากรในการบริหารจัดการโครงการให้เพียงพอ 3) ส่งเสริมการทำหน้าที่และจิตวิญญาณของตำรวจในการรับใช้ประชาชน 4) สร้างความร่วมมือและเครือข่ายกับภาคส่วนต่าง ๆ จากผลการศึกษาจึงเสนอแนะว่าตำรวจควรได้รับการส่งเสริมในด้าน ความรู้และเทคโนโลยี การศึกษาชุมชน การประสานงานและการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในทุกระดับ นอกจากนี้ควรมีการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีการกระจายอำนาจและการโยกย้ายที่เป็นธรรม รวมทั้งควรพัฒนาการสื่อสารภายในและภายนอกองค์กรให้เข้าใจถูกต้องและชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับการจัดการบริการสังคมของตำรวจให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นและสามารถทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี