Abstract:
ปัจจุบันน้ำผลไม้ในตระกูลส้มได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารประกอบฟีนอล และฟลาโวนอยด์ เป็นต้น ซึ่งมีฤทธิ์ในการป้องกัน การเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวกับน้ำผลไม้ตระกูลส้มหลังผ่านกระบวนการย่อยอาหารแล้วจะส่งผลต่อสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างไรบ้าง ดังนั้นจุดประสงค์ของการศึกษานี้จึงทำขึ้นเพื่อตรวจสอบอิทธิพลของสถาวะการย่อยอาหารในร่างกาย ในปาก กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก เพื่อตรวจดูเสถียรภาพของสารต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระหลังจากการย่อยในหลอดทดลองของน้ำผลไม้ตระกูลส้ม น้ำผลไม้ในตระกูลส้มที่นำมาใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ น้ำส้มแมนดาริน น้ำส้มสายน้ำผึ้ง น้ำส้มโอ น้ำส้มเข้มข้น น้ำมะกรูด และน้ำมะนาว ในการประเมินผลใช้วิธีการตรวจสอบปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระ โดยการหาปริมาณสารประกอบฟีนอลรวม ปริมาณฟลาโวนอยด์รวม และทดสอฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ FRAP ทั้งก่อนและหลังการย่อย รวมทั้งฤทธิ์ในการกำจัดอนุมูลซูเปอร์ออกไซด์ ผลจากการทดสอบน้ำผลไม้ตัวอย่างก่อนการย่อยในหลอดทดลอง พบว่ามีปริมาณสารประกอบฟีนอลอยู่ในช่วง 0.32-0.09 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมอยู่ในช่วง 2.38-9.80 มิลลิกรัมสมมูลเฮสเพอริดินต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง ความสามารถในการยับยั้งอนุมูล DPPH อยู่ในช่วง 12.96-96.28% และมีความสามารถในการรีดิวซ์อยู่ในช่วง 0.08-5.52 มิลลิโมลาร์ต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง หลังผ่านการย่อยในหลอดทดลองพบว่ามีปริมาณสารออกฤทธิ์และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระลดลง มีปริมาณสารประกอบฟีนอลอยู่ในช่วง 0.02-0.04 มิลลิกรัมสมมูล กรดแกลลิกต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมอยู่ในช่วง 1.01-1.18 มิลลิกรัมสมมูลเฮสเพอริดินต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง ความสามารถในการยับยั้งอนุมูล DPPH อยู่ในช่วง 24.68-72.85% และมีความสามารถในการรีดิวซ์อยู่ในช่วง 0.01-2.11 มิลลิโมลาร์ต่อมิลลิลิตรตัวอย่าง ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำส้มเข้มข้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลซุปเปอร์ออกไซด์ได้ดีที่สุด ( = 0.25±6.41) ดังนั้นจากการศึกษาที่กล่าวมาข้างต้นจึงสรุปได้ว่า ระบบการย่อยอาหารมีผลต่อปริมาณสารออกฟทธิ์ทางชีวภาพ และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของน้ำผลไม้ในตระกูลส้ม