กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17714
ชื่อเรื่อง: การศึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมและดำเนินการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการออกแบบและการใช้งานอุโมงค์ข้ามทางแยกบริเวณถนนลงหาดบางแสนและถนนข้าวหลาม เทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี
ชื่อเรื่องอื่นๆ: A study to evaluate the feasibility and implement participation of stakeholders for designing and usage of Underpass across of Long Hat Bang Saen Road and Khao Lam Road at Saen Suk Municipality, Chonburi Province
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: ดนัย บวรเกียรติกุล
พูลพงศ์ สุขสว่าง
รจฤดี โชติกาวินทร์
คำสำคัญ: อุโมงค์ข้ามถนน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เมืองอัจฉริยะ
วันที่เผยแพร่: 2568
สำนักพิมพ์: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเหมาะสมและดำเนินการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบและใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยใช้แนวคิดระดับความพร้อมของสังคม (Societal Readiness Level: SRL) ระดับ 4 การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย 3 ระยะ คือ (1) การคัดเลือกตำแหน่งและการออกแบบแนวคิดอุโมงค์ข้ามถนน (Concept Design) (2) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) และ (3) การประเมินความเหมาะสมของอุโมงค์ข้ามถนนต่อระดับความพร้อมทางสังคมโดยใช้รูปแบบสมการโครงสร้าง (Structural Equation Model: SEM) ผลการวิจัย พบว่า พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการก่อสร้างอุโมงค์ข้ามถนนที่สุด คือ บริเวณแยกวงเวียนบางแสนโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญสูงสุดจากวิธีการ AHP เท่ากับ 0.288 การออกแบบอุโมงค์ข้ามถนนยึดหลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม Universal Design โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ รูปแบบทางกายภาพ การอำนวยความสะดวกในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนน การรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน มาตรการในการใช้งาน ผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ของความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของอุโมงค์ข้ามถนนทุกตัวต่อระดับความพร้อมทางด้านสังคมในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนน พบว่า ค่าความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Fit Indices) ซึ่งประกอบด้วย ?2 2 - test /df, P Value, CFI, TLI, RNI, SRMR และ RMSEA อยู่ในเกณฑ์สำหรับความสอดคล้องทุกตัว และพบว่า องค์ประกอบทุกด้านของอุโมงค์มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับความพร้อมทางสังคม (Societal Readiness) ในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนในระดับสูง โดยมาตรการในการใช้งานอุโมงค์ข้ามถนนมีค่าสูงสุด เท่ากับ 0.891 การอำนวยความสะดวกในอุโมงค์ข้ามถนน เท่ากับ 0.888 การรักษาความปลอดภัยในอุโมงค์ข้ามถนน 0.887 และสุดท้าย คือ รูปแบบทางกายภาพของอุโมงค์ข้ามถนน เท่ากับ 0.841 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ การพัฒนาอุโมงค์ข้ามถนนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขควรเน้นการออกแบบที่ตอบสนองต่อความปลอดภัย ความสะดวก และการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมประยุกต์แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17714
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-529.pdf5.4 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น