กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17631
ชื่อเรื่อง: นวัตกรรมกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ชื่อเรื่องอื่นๆ: Innovation and local administration : a case study of provincial administrative organization in eastern special development zone
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: เอกวิทย์ มณีธร
คำสำคัญ: การปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์การบริหารส่วนจังหวัด -- การบริหาร
วันที่เผยแพร่: 2567
สำนักพิมพ์: คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: การวิจัยนี้ ใช้วิธีการศึกษาแบบการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) มีวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาถึงการนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2. เพื่อศึกษาถึงอิทธิพลของการนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการ ที่มีต่อยุทธศาสตร์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3. เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหา อุปสรรคของการนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 4. เพื่อสร้างข้อเสนอแนะ เพื่อนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกต่อไป 5. เพื่อศึกษาถึงการรับรู้ และมีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นจากประชาคมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กำหนดกลุ่มประชากรในการวิจัย ได้แก่ ประชากรในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณดำเนินการสำรวจข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากประชากรในการศึกษาจำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย นำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) วิเคราะห์ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ Independent t-test และ ANOVA ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกรายบุคคล (In-dept Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 15 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บรวบรวมข้อมูล และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการศึกษา พบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็น ว่าเห็นด้วยกับการใช้นวัตกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นในภาพรวมเท่ากับ 4.09 (S.D. = 0.49) และมีความรับรู้เกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมการบริหารภาครัฐ ผลการศึกษาสรุปได้ว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการบริหารภาครัฐของกลุ่มตัวอย่าง โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างมีความรับรู้ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยความรับรู้ 4.11 (S.D. = 0.50) 2. กลุ่มตัวอย่างที่มีที่มีอาชีพ ระดับการศึกษา และรายได้ต่อเดือน ที่ต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมบริหารภาครัฐในภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. การนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนั้นเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้บริหารระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ นวัตกรรมถูกนำไปใช้ในหลายด้านตามนโยบายสาธารณะของรัฐ แต่ความรู้และความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับนวัตกรรมในหมู่ประชาชนยังคงจำกัดอยู่มาก โดยประชาชนส่วนใหญ่ มีความรู้ความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมได้เพียงบางส่วนเท่านั้น 4. การนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหาร มีอิทธิพลต่อยุทธศาสตร์ขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดอย่างชัดเจน ผู้บริหารได้นำนวัตกรรมมาเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายสาธารณะและการจัดทำยุทธศาสตร์ รวมถึงการวางแผนและนำนโยบายไปปฎิบัติด้วย นอกจากนี้แล้ว ยุทธศาสตร์ขององค์การปกครองท้องถิ่นในปัจจุบันมักจะรวมถึงนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญในด้านการบริหารจัดการและการให้บริการประชาชนในหลากหลายด้านไว้ด้วย 5. ปัญหาที่พบในการนำนวัตกรรมไปใช้ในการบริหารราชการขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด คือ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมยังคงมีข้อจำกัด ผู้ที่ไม่อยู่ในวงการราชการหรือประชาชนทั่วไปอาจไม่รับรู้หรือไม่เข้าใจในเรื่องนวัตกรรมอย่างเต็มที่ อีกทั้งการวางแผนและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมมักขาดความยั่งยืนและการวางแผนระยะยาว นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานที่ยังไม่ละเอียดถี่ถ้วนพอ 6. ประชาชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมอย่างละเอียดลึกซึ้งเท่าที่ควร แม้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการนำนวัตกรรมไปใช้ยังคงจำกัด ซึ่งอาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่เพียงพอหรือการไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนั่นเอง
รายละเอียด: โครงการวิจัยนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจากทุนอุดหนุนการวิจัยเงินรายได้ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2567
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17631
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-465.pdf1.57 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น