Abstract:
การวิจัยเรื่อง การศึกษาต้นทุนทางวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบรูปแบบกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าทุนทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยบูรพา ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยปฏิบัติการแสดงโดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารวิชาการ การทำแบบสอบถามแล้วนำข้อมูลต่าง ๆ มาทำการวิเคราะห์ ผู้วิจัยได้ศึกษาทุนวัฒนธรรมที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจและเนื้อหาในการสร้างต้นแบบนำร่องแหล่งท่องเที่ยวโดยใช้การคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อสร้างต้นแบบนำร่องแหล่งท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยบูรพา ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าทุนทางวัฒนธรรมคือการสร้างนิทรรศการ “วิพิธบูรพา” โดยศึกษาสภาพพื้นที่ เนื้อหา การจัดแสดงหรือวัตถุทางศิลปะภายในส่วนจัดแสดงนิทรรศการ ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาที่เลือกนำมาสร้างสรรค์ จุดสัมผัสและผัสสะที่ใช้ในการสื่อสาร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสรุปแนวทางการสร้างสรรค์นิทรรศการรูปแบบสื่อเสียงและภาพ จึงได้กำหนดแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน คือ เวลา ความงาม "TIMELESS HARMONIES" ผู้วิจัยกำหนดสีชาด เป็นโทนสีสำหรับการสร้างสรรค์และกำหนดสีน้ำตาลของดินเป็นโทนสีสำหรับการสร้างสรรค์สื่อและนิทรรศการ โดยมีตัวละครเจ้าแม่โคกพนมดีเป็นคาแรคเตอร์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ ผู้วิจัยใช้ทฤษฎีการรับรู้ พื้นฐานการออกแบบและการกำกับการแสดงนำมาออกแบบประสบการณ์การชมนิทรรศการโดยเริ่มจากการร่างต้นแบบแนวคิดและการออกแบบพื้นที่นิทรรศการโดยใช้ภาพถ่ายพื้นที่แสดงแล้วนำไปวางในโปรแกรมพาวเวอร์พอย์นำมาตัดแต่งภาพจัดวางสิ่งเร้าตามจินตนาการภายใต้โจทย์ในการออกแบบ แล้วนำไปให้นักออกแบบสื่อ เสียงและแสงทำการออกแบบและติดตั้งนิทรรศการโดยแบ่งออกเป็น สัญลักษณ์ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ วีดีโอสั้นสำหรับใช้ภายในนิทรรศการ วีดีโอสั้นสำหรับประชาสัมพันธ์ สติกเกอร์ติดบนพื้น งานออกแบบสติกเกอร์กรอบรูปภาพสำหรับเป็นของที่ระลึก และงานออกแบบซุ้มประตูด้านหน้าอาคาร ซึ่งเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 23-25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 วันละ 2 รอบ (10.00-12.00 และ 14.00-16.00) เข้าชมฟรี ทั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดจัดงานชมพิพิธภัณฑ์ตะวันบ่ายบูรพาโดยเรียนเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้มีเกียรติร่วมเข้าชมนิทรรศการและการแสดงพิเศษจากศิลปินรับเชิญในวันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 14.00 น. เพื่อนำร่องพัฒนาให้พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์และโบราณคดีภาคตะวันออกภายในหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่