Abstract:
การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research: MMR) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
ระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการของชุมชนเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมุ่งวิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้านนโยบาย สวัสดิการ บริการสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตลอดจนปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และความยั่งยืนของระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การวิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ๓๐๐ คน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 235 คน ด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินชุมชนเป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ และแบบประเมินคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากการสนทนากลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน ๖5 คน ได้แก่ ผู้ดูแลอาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน บุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า เทศบาลเมืองแสนสุขมีผู้สูงอายุร้อยละ 19.89 ของประชากรทั้งหมด และ
มีการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสวัสดิการ บริการสังคม บริการสุขภาพ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบ Saensuk Smart Living, Smart Safety และ Smart Health เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและการเข้าถึงบริการสุขภาพ ผลการประเมินชุมชนเป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ พบว่า ภาพรวมผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 95.3 โดยเฉพาะด้านการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุและการบริการสุขภาพ ขณะที่คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงดี โดยมีคะแนนสูงในด้านสิ่งแวดล้อม ร่างกายและจิตใจ สำหรับผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า ประสบการณ์จัดการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการของชุมชนเทศบาลเมืองแสนสุข ประกอบด้วย 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) มุมมองสถานการณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่ ๒) การดำเนินงานในการดูแลผู้สูงอายุ ๓) บทบาทในการช่วยดูแลผู้สูงอายุ ๔) ปัจจัยความสำเร็จและกลยุทธ์ในการทำงานด้านการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และ ๕) ปัญหาและอุปสรรคในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมุมมองเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จของระบบการดูแลผู้สูงอายุเกิดจากการทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ การใช้ชุมชนเป็นฐาน การมีส่วนร่วมของครอบครัวและเครือข่าย รวมถึงการสนับสนุนจากนโยบายท้องถิ่นและความร่วมมือระหว่างประเทศ การดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ลดภาวะพึ่งพิงและอัตราการติดเตียง เพิ่มความครอบคลุมของบริการสุขภาพเชิงรุก และเสริมสร้างการ
มีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ จนเกิดระบบดูแลผู้สูงอายุที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านบุคลากร อุปกรณ์ และขั้นตอนเชิงระบบราชการสรุปผลการวิจัย พบว่า ระบบการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองแสนสุขมีความยั่งยืนจากการบูรณาการนโยบาย สวัสดิการ บริการสุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการทำงานแบบสหวิชาชีพและการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย ส่งผลให้ลดภาวะพึ่งพิง เพิ่มการเข้าถึงบริการเชิงรุก และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและขั้นตอนระบบราชการ แต่รูปแบบการดำเนินงานที่ใช้ชุมชนเป็นฐานและได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบาย ถือเป็นกลไกสำคัญที่เอื้อต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว