Abstract:
การบำบัดน้ำเสียที่มีการปนเปื้อนด้วยสารอินทรีย์จากโรงงานอุตสาหกรรมมักมีเกลือเป็นองค์ประกอบ ซึ่งสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถถูกกำจัดได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการทำงานของแบคทีเรียทั่วไป ดังนั้นแอคติโนมัยซีทที่เจริญได้ในสิ่งแวดล้อมที่มีเกลือและสามารถเปลี่ยนสารตกค้างในน้ำเสียไปเป็นแหล่งพลังงาน จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้สำหรับการย่อยสลายสารอินทรีย์ดังกล่าว งานวิจัยนี้มีเป้าหมายที่จะหาแอคติโนมัยซีททนเค็มที่มีความสามารถในการสร้างสารเมแทบอไลต์ที่มีกิจกรรมการย่อยสลาย เช่น เซลลูเลส และอะไมเลส และนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ได้ จากเชื้อแอคติโนมัยซีทจำนวน 9 ไอโซเลท ที่คัดแยกได้จากดินนาเกลือ เทศบาลบ้านป่าแดง ตำบลท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พบการย่อยสับสเตรตได้ดีที่สุดในเชื้อ Chanthaburi3 และรองลงมาคือเชื้อ S18 โดยสามารถวัดวัดปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ที่เกิดขึ้นในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีความเค็ม 30 และ 40 ppt ตามลำดับ บ่มเพาะเชื้อเป็นเวลา 4 วัน ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ค่าพีเอชเท่ากับ 6.2 ความเร็วรอบในการเขย่าอยู่ที่ 110 รอบต่อนาที เมื่อทดสอบประสิทธิภาพการบำบัด COD ในน้ำเสียสังเคราะห์ ที่มีความเค็ม 30 ppt พบว่าเชื้อ Chanthaburi3 มีอัตราการลดลงร้อยละของ COD สูงสุดในวันที่ 13 ของการทดลอง เท่ากับ 73.04?8.98 มีค่าพีเอชเฉลี่ยเท่ากับ 6.25 ? 0.05 ค่าออกซิเจนในน้ำ (DO) เฉลี่ยเท่ากับ 5.56 ? 0.08 (mg/L) ค่าปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายได้ (TSS) เฉลี่ยเท่ากับ 0.03 (mg/L) และพบปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์มากที่สุด ในวันที่ 2 ของการทดลองมีค่าเท่ากับ 839.56?955.37 (ug/ml) สนับสนุนให้เห็นว่าเชื้อแอคติโนมันซีทที่คัดแยกจากนาเกลือมีประสิทธิภาพในการย่อยสารอินทรีย์และสามารถผลิตเอนไซม์อะไมเลสและเซลลูเลสได้ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมต่อไป