Abstract:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับการรับรู้ความเสี่ยงและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการให้โปรแกรมการให้ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยงการรั่วไหลของแอมโมเนีย ของพนักงานโรงงานผลิตน้ำแข็ง จังหวัดชลบุรี เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) สองกลุ่มวัดผลก่อน-หลัง (Two group pretest-posttest design) การเข้าร่วมโปรแกรมการให้ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยงการรั่วไหลของแอมโมเนีย โดยกลุ่มประชากรศึกษา คือ พนักงานฝ่ายผลิต โรงงานผลิตน้ำแข็ง จ. ชลบุรี จำนวน 6 โรง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง 3 โรง จำนวน 152 คน และกลุ่มควบคุม 3 โรง จำนวน 60 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัย พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้ความเสี่ยงโดยรวมก่อนการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ฯ ของกลุ่มควบคุมมีระดับสูงกว่ากลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean diff. = -0.881, 95% CI = -4.84-2.38, P-value < 0.001) และพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีของกลุ่มควบคุมสูงกว่ากลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) คะแนนหลังการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ฯ พบว่า ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความเสี่ยงโดยรวมของกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองไม่แตกต่างกัน (Mean diff. = -3.608, 95% CI = -1.78-0.02, P-value = 0.055) ส่วนค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีของกลุ่มควบคุมสูงกว่ากลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ระดับการรับรู้ความเสี่ยงทั้งในภาพรวมและรายด้านทั้ง 4 ด้านทั้งของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมภายหลังการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ฯ อยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.001 ส่วนระดับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการใช้โปรแกรมให้ความรู้ฯ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น สถานประกอบกิจการควรจัดให้มีการฝึกอบรมทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัย จัดให้มีการฝึกซ้อมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินกรณีแอมโมเนียรั่วไหล พร้อมทั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่จำเป็น (ได้แก่ หน้ากากป้องกันสารเคมี แว่นตาป้องกันสารเคมี ชุดป้องกันสารเคมี) รวมถึง ภาครัฐควรมีมาตรการตรวจกำกับด้านความปลอดภัยสำหรับท่อและถังที่จัดเก็บแอมโมเนีย และการตรวจสอบการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหารและหัวหน้างาน และคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานแรงงานและลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารเคมี