Abstract:
บทนำ: ระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการล้างไตทางช่องยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยค้นหาระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้ป่วยน้อยที่สุด
วัตถุประสงค์: ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าอัตราการกรองของไตเริ่มต้นของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องกับอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย ภาวะแทรกซ้อนจากการล้างช่องท้องและการนอนโรงพยาบาล
วิธีศึกษา: เก็บข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2560 ในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องของโรงพยาบาลชลบุรี และ โรงพยาบาลมหาวิยาลัยบูรพา ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลการล้างไตทางช่องท้อง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การติดเชื้อ การนอนรพ.และการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มตามค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) เป็น < 3, 3-5.9, 6-9.9 และ >10 ml/min/1.73m2
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 58 ปี ระยะเวลาในการล้างไต 30.2 เดือน ค่า eGFR เริ่มต้นเฉลี่ย 5.07 ml/min/1.73m2 มีค่า Kt/v 2.19 ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีค่า eGFR < 3 ml/min/1.73 m2 มีอัตราการรอดชีวิตสูงสุด โดยเมื่อเทียบกับกลุ่ม eGFR 3-5.9, 6-9.9 และ >10 ml/min/1.73 m2 จะรอดชีวตมากกว่า 1, 1.69 และ 2.11 เท่า ตามลำดับ (p= 0.81, 0.05 และ 0.029 ) แต่ไม่พบความแตกต่างของอัตราการติดเชื้อของเยื่อบุช่องท้องและอัตราการนอนรพ.ของผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่ม
สรุป การเริ่มล้างไตทางช่องท้องช้าส่งผลดีในแง่อัตราการอยู่รอดของผู้ป่วย โดยไม่มีผลเพิ่มอุบัติการณ์การติดเชื้อ-การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากล้างช่องท้องและการนอนโรงพยาบาล