Abstract:
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์(E-document) สภาพปัญหาการใช้งานระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ของบุคลากรคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา และแนวทางการพัฒนาการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) อย่างมีประสิทธิภาพของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยใช้วิจัยเชิงสำรวจ (Survey research method) และทำการเก็บข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามจากกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ คณาจารย์ และบุคลากรคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพาที่ใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) จำนวน ๕๖ คน ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดสอบคุณภาพของเครื่องมือการวิจัยตามขั้นตอนต่าง ๆ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๓ ท่าน ทำการตรวจ IOC และดำเนินการปรับแก้แบบสอบถามหลังการหาค่า IOC แล้วน าไปทดลองใช้ (Try Out) กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 ราย ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริงที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งได้แก่ คณาจารย์และบุคลากรส่วนงานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เพื่อหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Reliability) ด้วยการหาความสอดคล้องภายในของค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach, 1970) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๕ โดยสรุปผลการวิจัยจากการวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นคณาจารย์และบุคลากร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนทั้งสิ้น ๕๖ คน พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ซึ่งมีอายุระหว่าง ๓๑-๔๐ ปี มีการศึกษาระดับปริญญาโท มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า ๑๕ ปี และส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการอบรม แต่ได้รับการถ่ายทอดวิธีการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์โดยภาพรวมพบว่า มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อย่อยพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยในระดับมากที่สุด ได้แก่ สามารถเข้าสู่ระบบ (login) โดยใช้ Username และ Password ได้อย่างถูกต้อง และการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์พบว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก จำนวน ๓ ด้าน ได้แก่ ๑. ด้านความรวดเร็ว เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อย่อยพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยอยู่ในระดับ มากที่สุด ได้แก่ การเข้าถึงระบบผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์มีความสะดวกและรวดเร็ว ๒. ด้านคุณภาพบริการ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อย่อยพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยอยู่ใน ระดับมากที่สุด ได้แก่ เจ้าหน้าที่สารบรรณมีความสุภาพ เรียบร้อย ๓. ด้านความถูกต้อง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ได้แก่ การแสดงผลของระบบมีความถูกต้อง ในส่วนของการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาการใช้งานระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ด้านปัญหา พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ปัญหาความเข้าใจในการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์พบว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อย่อยพบว่า ข้อที่มีความเห็นด้วยในระดับมากที่สุด ได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ประหยัดเวลาและทรัพยากรของหน่วยงาน เช่น ประหยัดกระดาษ ประหยัดเวลา