Abstract:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาทางกฎหมายในการดำเนินคดีผู้บริโภค ศึกษากรณีสัญญาเช่าซื้อของประเทศไทย การศึกษาใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยแบบค้นคว้าทางเอกสาร โดยศึกษากฎหมายเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อ และการดำเนินคดีผู้บริโภคกรณีสัญญาเช่าซื้อของประเทศไทย วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัญหา ตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง และเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 และข้อกำหนดประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีผู้บริโภคกรณีสัญญาเช่าซื้อ
จากการศึกษาวิจัยพบว่า ปัญหาทางกฎหมายในการดำเนินคดีผู้บริโภคซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 รวมถึงปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ดังนี้ 1.ปัญหาความสลับซับซ้อนของกฎหมายยากต่อการทำความเข้าใจของผู้บริโภคโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับคำนิยามคดีผู้บริโภค 2.ปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้บริโภค ข้อจำกัดด้านเวลาค่าใช้จ่าย ระบบการพิจารณา การกำหนดประเด็นข้อพิพาท ภาระการพิสูจน์บทบาทอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดี และบทบาทของผู้พิพากษา ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษา ปัญหาการไกล่เกลี่ย รวมถึงข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมซึ่งนำไปสู่การพิพากษาตามสัญญายอม 3.ปัญหาการเสนอพยานหลักฐานและสืบพยานตามมาตรา 34 และการพิจารณาคดีให้เสร็จโดยเร็ว 4.ปัญหาเกี่ยวกับความรับผิดของผู้เช่าซื้อในคดีผู้บริโภค
ผู้วิจัยเสนอแนะทางกฎหมาย แก้ปัญหาความสลับซับซ้อนของกฎหมายที่ยากต่อการเข้าใจของผู้บริโภค โดยแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีในคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 โดยเสนอแนะให้ แก้ไขคำนิยามผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ แยกคดีผู้บริโภคเป็นตัวฟ้องออกจากผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวฟ้อง เสนอแก้ไขเรื่องเขตอำนาจศาล เสนอให้เพิ่มเรื่องการโอนคดีผู้บริโภค เสนอให้แก้ไขเรื่องการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้กับจำเลย แก้ไขให้เจ้าพนักงานคดีให้คำแนะนำช่วยเหลือและให้คำปรึกษาโดยเฉพาะแก่ฝ่ายผู้บริโภค เสนอให้เพิ่มบทบาทหน้าที่เจ้าพนักงานคดี เสนอให้เพิ่มเรื่องกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดี เสนอให้เพิ่มการตรวจสอบข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความให้เป็นไปตามหลักแห่งความสุจริตโดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม เสนอให้ศาลวางแนวทางในการกำหนดความรับผิดของผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2544 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566