Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรายวิชาแบบเปิด (MOOC) ในการเรียนรู้ดนตรีและการขับร้องสำหรับผู้สูงอายุ โดยมี ตัวแปรต้น คือ โครงสร้างและรูปแบบของกิจกรรมการเรียนรู้ดนตรีและการขับร้องที่จัดผ่านระบบ MOOCs และ ตัวแปรตาม คือ ระดับความผ่อนคลาย การรับรู้ความง่ายในการเรียนรู้ ความพึงพอใจ และคุณภาพโดยรวมของการเรียนรู้ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุจำนวน 20 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดนตรีทั้งหมด 10 รายการ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามการประเมินผล และการสนทนากลุ่ม ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสหสัมพันธ์เพียร์สัน ข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการวิเคราะห์เนื้อหาของการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น Body Percussion และ Body Rhythm ได้รับการประเมินว่าส่งผลต่อความผ่อนคลายและง่ายต่อการเรียนรู้มากที่สุด เนื่องจากไม่ต้องอาศัยทักษะทางเทคนิคหรือเครื่องดนตรีเฉพาะ ขณะเดียวกันกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและความคุ้นเคย เช่น การฟังดนตรีและการร้องเพลงที่เหมาะสม แสดงค่าผลกระทบเชิงบวกสูงสุด โดยมีค่า Overall Impact เกินร้อยละ 89 ส่วนกิจกรรมที่เน้นทักษะเฉพาะ เช่น การฝึกออกเสียงและเทคนิคการขับร้อง แม้ไม่อยู่ในระดับสูงสุด แต่ก็มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงของเสียงและการเรียนรู้เชิงทักษะ ผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สันชี้ให้เห็นแนวโน้มเชิงบวก ผู้ที่รู้สึกผ่อนคลายมักรับรู้ว่ากิจกรรมง่ายขึ้น แม้ไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบรรยากาศที่ผ่อนคลายต่อการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังพบความแตกต่างด้านประชากรศาสตร์ โดยเพศหญิงให้คะแนนด้านความผ่อนคลายสูงกว่าเพศชาย ส่วนเพศชายให้คะแนนด้านความง่ายสูงกว่าเล็กน้อย กลุ่มอายุ 70–79 ปีได้คะแนนสูงสุดทั้งสองด้าน แสดงศักยภาพการเรียนรู้สูงที่สุด ในขณะที่กลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไปได้คะแนนต่ำที่สุด สะท้อนข้อจำกัดทางร่างกายและการรับรู้ ส่วนผู้ที่มีรายได้มั่นคงประเมินสูงกว่าผู้มีรายได้ไม่มั่นคงเล็กน้อย แสดงถึงบทบาทของความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความมั่นใจและการเข้าร่วมกิจกรรม