Abstract:
วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2) ศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเป็นบุคลากรในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 259 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีความเชื่อมั่นได้เท่ากับ .85 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การ หาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ One-way ANOWA โดยกำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดย 3 ลำดับแรกมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ด้านพลวัตรการเรียนรู้ ด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และด้านการเอื้ออำนาจให้แก่บุคคล ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการปรับเปลี่ยนองค์กร เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเป็นองค์แห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า อายุงานต่างกัน ช่วงอายุต่างกัน หน่วยงานที่สังกัดต่างกัน ประเภทบุคลากรต่างกัน ระดับตำแหน่งงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แนวทางพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 1) คณะควร มีนโยบายเพื่อสนับสนุนให้บุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรด้านการบริการรักษาพยาบาลได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือการอบรมพัฒนาความรู้ที่จำเป็นสำคัญอย่างน้อยในระดับคณะ 2) ควรสนับสนุนการเรียนรู้ของบุคลากรที่มีภาระงานเหมือนกันให้มีการเรียนรู้การทำงานระหว่างหน่วยงาน 3) ผู้บริหารควรมีการสื่อสารแนวทางที่ตอบสนองประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และตัวชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บุคลากรทราบและสามารถ ดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งองค์กร