กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17579
ชื่อเรื่อง: การวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยและจุดคุ้มทุนของการดำเนินงานในหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ชื่อเรื่องอื่นๆ: The Analysis of Cost per FTSE and Break-Even Cost for the Economic Course of the Department of Economic, the Faculty of Humanities and Social Sciences, Burapha University
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: ศิริทัศน์ เขตตานุรักษ์
ศิริวรรณ สมนึก
พรรณิภา อนุรักษากรกุล
ปัณฑา โกกอง
คำสำคัญ: ต้นทุนต่อหน่วย
จุดคุ้มทุน
วันที่เผยแพร่: 2562
สำนักพิมพ์: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารายรับและต้นทุนของหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต ของภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาในระหว่างปีการศึกษา 2556 – 2560 โดยข้อมูลที่ใช้มีลักษณะเป็นข้อมูลอนุกรมเวลา ซึ่งถูกนำมาประเมินผลทางสถิติเชิงพรรณนาด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับเศรษฐศาสตร์ จากผลการวิจัยพบว่า ภาควิชาเศรษฐศาสตร์มีรายรับหลัก 3 รูปแบบคือ 1) รายรับจากหน่วยกิตที่นิสิตในภาควิชาลงทะเบียนเรียน ซึ่งรายรับที่แท้จริงจากหน่วยกิต 1 หน่วยที่ภาควิชาได้รับมีค่าเท่ากับร้อยละ 62.28 2) รายรับจากการบริการวิชาการ และ 3) รายรับจากเงินงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล ในส่วนของต้นทุนหลักสูตรของภาควิชานั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ 1) ต้นทุนทางด้านเงินเดือน 2) ต้นทุนค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 3) ต้นทุนค่าลงทุนต่างๆ และ 4) ต้นทุนค่าเสียโอกาส เมื่อวิเคราะห์รายรับร่วมกับต้นทุนของหลักสูตร พบว่า ต้นทุนของหลักสูตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 ซึ่งสวนทางกับรายรับของภาควิชาที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงินของหลักสูตรมีแนวโน้มที่แย่ลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ตัวเลขสถิติเชิงพรรณนาในช่วงระยะเวลา 5 ปี ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของรายรับยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยเลขคณิตของต้นทุนหลักสูตร แต่ต้นทุนของหลักสูตรมีความแปรปรวนและความผันผวนมากกว่ารายรับอยู่มาก ในส่วนของการกระจายตัวของข้อมูลนั้น ข้อมูลทางด้านรายรับมีลักษณะเบ้ซ้ายและข้อมูลทางด้านต้นทุนมีลักษณะเบ้ขวา นอกจากนี้ การกระจายตัวของข้อมูลทางด้านรายรับและต้นทุนของหลักสูตรได้รับอิทธิพลของค่านอกเกณฑ์ (Outliers) น้อยมาก เพราะค่าความโด่งของการกระจายข้อมูลนั้น มีค่าน้อยกว่าค่าความโด่งของการกระจายข้อมูลแบบปกติ อนึ่ง ต้นทุนต่อหน่วยในการจัดการเรียนในหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหากทางหลักสูตรต้องการอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรายได้ประเภทอื่นๆ จะต้องมีรายรับจากการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเทอมละ 8,053.12 บาท สำหรับนิสิตที่จบในปีการศึกษา 2559 และ 2560 ตามลำดับ เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กำหนดกฏเกณฑ์ว่าด้วยสัดส่วนอาจารย์ต่อนิสิต ทำให้สามารถคำนวณได้เพียงค่าเทอมที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรควรเรียกเก็บเพื่อความคุ้มทุนของการบริหารหลักสูตรเท่านั้น โดยค่าเทอมอันพึงประสงค์มีค่าเท่ากับ 7,871.27 บาทและ 9,724.19 บาทในปีการศึกษา 2559 และ 2560 ตามลำดับ สำหรับการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับหลักสูตร สามารถทำได้โดยการดำเนินนโยบาย 3 ประเภทคือ 1) นโยบายในการเพิ่มรายรับ 2) นโยบายในการควบคุมต้นทุนของหลักสูตร และ 3) นโยบายในการเพิ่มคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะทำให้หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตมีการบริหารงานทางการเงินอย่างประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17579
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-387.pdf2.22 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น