กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17564
ชื่อเรื่อง: กำเนิด ความเจริญ และการสิ้นสลายของอาณาจักรจัมปา (ค.ศ. 192-1835)
ชื่อเรื่องอื่นๆ: The Rise, Development, and Fall of the Champa Kingdom (C.E.192-1835)
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: มัทนา เกษกมล
คำสำคัญ: อาณาจักรจัมปา.
วันที่เผยแพร่: 2562
สำนักพิมพ์: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันเป็นส่วนใหญ่แล้วว่า อาณาจักรจัมปา-ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณชายฝั่งทะเลตอนกลางของเวียดนามปัจจุบัน-มิได้เป็นรัฐรวมศูนย์ที่เป็นเอกภาพ หากแต่เป็นกลุ่มอาณาจักรที่รวมตัวกันในลักษณะสมาพันธรัฐ แต่ละอาณาจักรต่างมีความเป็นอิสระในตนเอง การศึกษาเรื่องกำเนิด ความเจริญและความเสื่อมของอาณาจักรจัมปา(ระหว่าง ค.ศ. 192-1832) จึงเป็นการสืบสาวเรื่องราวของความเจริญและความเสื่อมของแต่ละอาณาจักรที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเป็นศูนย์อำนาจที่แผ่อิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งเกิดจากพลังที่เหนือกว่าอาณาจักรอื่น ๆ ในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นที่ยอมรับเช่นกันว่า ลินยี่เป็นอาณาจักรแห่งแรกของจัมปา ผลการศึกษาปัจจุบันยังไม่อาจสรุปได้ว่า ลินยี่มีพัฒนาการมาจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ซาหวิ่นที่ครองพื้นที่ชายฝั่งเวียดนามมาก่อน การศึกษาทั้งทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้บ่งชี้ว่า รัฐโบราณแห่งนี้เติบโตขึ้นภายใต้อิทธิพลการแผ่อำนาจของจักรวรรดิจีน มิใช่โดยปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การแผ่อิทธิพลทางวัฒนธรรมของอินเดียครั้งแรก” ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามที่เข้าใจกันมาแต่เดิม อาณาจักรจัมปาที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดียพัฒนาขึ้นที่ ซิตู หรือ อมราวตีในจังหวัดกวางนัมของเวียดนามเป็นแห่งแรก และเมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ทุกอาณาจักรในจัมปาอยู่ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดีย ซิตูก้าวขึ้นสู่ความเจริญสูงสุดในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ด้วยผลจากการค้ากับจีนในยุคราชวงศ์ถัง ก่อนที่จะสิ้นสลายลงในคริสต์ศตวรรษที่ 8 เมื่อการค้ากับจีนเสื่อมลง หลังจากซิตูเสื่อมอำนาจลงในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 ก็เป็นยุคของความเจริญของดินแดนทางใต้ที่คอธาราและปาณฑุรังระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 8-9 ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 9-10 ศูนย์กลางความเจริญกลับมาที่กวางนัมอีกครั้งด้วยการก่อตัวของอินทรปุระ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นช่วงที่จัมปาเจริญและมีอิทธิพลสูงสุดทั้งทางด้านการค้าและการเมืองจนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อินทรปุระสลายลงเนื่องจากสงครามกับไดเวียดซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชกับจีน ใน ค.ศ. 982 เนื่องจากแรงกดดันจากไดเวียดทางตอนเหนือ ทำให้ วิชัยอาณาจักรแห่งใหม่ของจัมปาต้องถอนร่นลงไปอยู่ที่ทางใต้ที่จังหวัดบินห์ดินห์ของเวียดนามในปัจจุบัน วิชัยนับเป็นศูนย์กลางจัมปาที่แข็งแกร่งทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แต่นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ก็ไม่อาจรับมือกับแรงกดดันจากไดเวียดอีกต่อไป และต้องพ่ายแพ้ในสงครามครั้งสำคัญกับไดเวียดใน ค.ศ. 1471 ในครั้งนี้ วิชัยไม่อาจฟื้นตัวขึ้นมาได้อีก และถูกผนวกเข้ากับระบบการปกครองของเวียดนาม คอธาราดำรงอยู่ต่อมาจนกระทั่งถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามใน ค.ศ. 1653 ปาณฑุรังคะจึงเป็นอาณาจักรจัมปาเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่จนกระทั่งถูกสลายดินแดนใน ค.ศ. 1832
รายละเอียด: งานวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณเงินรายได้ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17564
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-390.pdf159.38 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น