กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/6633
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC ค่าภาษา
dc.contributor.advisorปวีณา มีประดิษฐ์
dc.contributor.advisorพรทิพย์ เย็นใจ
dc.contributor.authorเผด็จ พุทธาผาย
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะสาธารณสุขศาสตร์
dc.date.accessioned2023-05-12T03:12:19Z
dc.date.available2023-05-12T03:12:19Z
dc.date.issued2560
dc.identifier.urihttps://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/6633
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- มหาวิทยาลัยบูรพา, 2561
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้บริหารสถานประกอบกิจการขนาดย่อม (มีลูกจ้างไม่เกิน 50 คน) ในจังหวัดชลบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานประกอบกิจการขนาดย่อม จำนวน 385 คน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้า เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้วยวิธีครอนบาค แอลฟา ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .80 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ช่วงเวลาที่เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริหารสถานประกอบกิจการขนาดย่อมส่วนใหญ่ (ร้อยละ 36.9) มีความรู้กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง และทดสอบความสัมพันธ์ พบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา และอายุงานในสถานประกอบกิจการ 2) ปัจจัยประเภทการผลิต 3) ปัจจัยขนาดสถานประกอบกิจการ 4) ปัจจัยระยะเวลาการประกอบกิจการ 5) ปัจจัยการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน ได้แก่ การฝึกอบรมหลักสูตร จป.บริหาร จป.หัวหน้างาน คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.) การเข้าอบรมสัมมนา/ หรือชี้แจงกฎระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยในการทำงานโดยกระทรวงแรงงาน และการเข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัยแห่งชาติ 6) ปัจจัยการได้รับข้อมูลข่าวสาร ได้แก่ การได้รับข้อมูลข่าวสารหรือสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐ การได้รับเอกสารเชิญเข้าอบรมหรือสัมมนาด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การเข้าให้คำปรึกษาโดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐ การได้รับข้อมูลข่าวสารจากวารสาร/ แผ่นพับ/ โปสเตอร์ และ 7) ปัจจัยทัศนคติความปลอดภัยในการทำงาน มีความสัมพันธ์กับความรู้กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้บริหารสถานประกอบกิจการขนาดย่อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนการฝึกอบรมหลักสูตร กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน มีความสัมพันธ์กับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้กฎหมายความปลอดภัยดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ที่มีความเหมาะสม รวมถึงการเข้าให้คำปรึกษาหรือชี้แจงการปฏิบัติตามกฎหมายโดยกระทรวงแรงงาน ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการขนาดย่อมต่อไป
dc.language.isoth
dc.publisherคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
dc.rightsมหาวิทยาลัยบูรพา
dc.subjectความปลอดภัย -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
dc.subjectมหาวิทยาลัยบูรพา -- สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
dc.titleปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้บริหารสถานประกอบกิจการขนาดย่อมในจังหวัดชลบุรี
dc.title.alternativeFctors relted to the knowledge of occuptionl helth nd sfety lw mong the dministrtors in the smll enterprises in chonburi province
dc.typeวิทยานิพนธ์/ Thesis
dc.description.abstractalternativeThis research is a descriptive cross-sectional study. The objective was to study factors related to the knowledge of occupational health and safety law among the administrators in the small enterprises (The employee not over 50 persons) in Chonburi province. The samples used in the study were 385 administrators who are the administrator in small enterprises in Chonburi province. They were derived by quota sampling and a questionnaire was administered to them between September to November 2016. Questionnaires were used in this study. The reliabilities of the questionnaires were analyzed by Cronbach’s alpha coefficient as .80. A statistical analysis assessing of the chi-square test and Pearson’s correlation coefficients statistics were used performed on the data. The results showed that mostly of small enterprises administrators had a medium level of the knowledge of occupational health and safety law (36.9 percent) The correlation test found that: 1) The personal factors such as age, income, educational level and work experience in the workplace 2) The production factor 3) The size of establishment factor 4) The duration of the operation factor 5) The training factors, including the training courses for safety officer at management level, safety officer at supervisor level, safety, health and environment in workplace committee, training and seminar about that the safety regulations in the work of the Ministry of Labour and attend the national safety week 6) The obtaining information media and public relations factors, including obtaining information or promotional materials regarding the safety law from government agencies, receive the document invitation to participate in training or seminars from government agencies and the private sector, the consultation by government officials, the obtaining information from a journal / brochure / poster and 7) The safety attitude in the workplace were among the factors correlated with knowledge of occupational, health and safety law at a statistical significance of .01. The training course for safety laws were among the factors correlated with knowledge of occupational, health and safety law at a statistical significance of .05. Therefore, all responsible stakeholders should be prioritized to various factors, specific the safety training to compliance with the requirement of the laws, the appropriate of media and public relations, including the consultation or clarify of lawfulness by the Ministry of Labour to improving the knowledge of the law among the small enterprises administrators for safety of an employee in the small enterprises.
dc.degree.levelปริญญาโท
dc.degree.disciplineอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
dc.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
dc.degree.grantorมหาวิทยาลัยบูรพา
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:วิทยานิพนธ์ (Theses)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
Fulltext.pdf920.6 kBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น