Abstract:
วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับสถานภาพของหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และเพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักสูตรฯ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักสูตรที่นำมาศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ใช้งานบัณฑิต องค์ประกอบหลักสูตรที่นำมาศึกษาเป็นของสิทธิพล อาจอินทร์ (2564) ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหา แนวทางการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนการสอน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึกกับผู้ให้ข้อมูล 32 คน ได้แก่ ศิษย์เก่า จำนวน 11 คน ศิษย์ปัจจุบัน จำนวน 11 คน และผู้ใช้งานบัณฑิต จำนวน 10 คน เก็บข้อมูลกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. 2567
ผลการวิจัยเกี่ยวกับประเด็นการรับรู้สถานภาพของหลักสูตรฯ พบว่า กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เป็นศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่รับรู้และมีความพึงพอใจสถานภาพของหลักสูตรฯ ในปัจจุบันตามองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ขณะที่ผู้ใช้งานบัณฑิตได้ประเมินสมรรถนะของมหาบัณฑิตหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ไว้ว่า จุดเด่นของมหาบัณฑิตในหลักสูตรฯ คือ มีความรู้ด้านการสื่อสารแบรนด์ มีทักษะการสื่อสาร สามารถนำความรู้มาใช้ในการทำงานพัฒนาแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ นำเสนองานได้ดี ปรับตัวเก่ง มีทักษะการวางแผนเป็นระบบ และพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สิ่งที่ควรพัฒนา คือ มหาบัณฑิตอาจต้องนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานและทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร เรียนรู้
การใช้เทคโนโลยีสื่อสารใหม่ ๆ และฝึกฝนความสามารถเฉพาะด้าน ผลการวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเปรียบเทียบความต้องการของหลักสูตรฯ พบว่า แม้ว่าทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันจะมีความพึงพอใจในหลักสูตรฯ ปัจจุบัน แต่ยังมีความต้องการคล้ายคลึงกัน คือ ยังคงต้องการ ให้หลักสูตรฯ จัดการเรียนการสอนให้ความรู้ในด้านการสร้างและสื่อสารแบรนด์และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการทำงานด้านสื่อสารแบรนด์หรือสร้างแบรนด์ของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจ คือ ทั้งศิษย์เก่า
และศิษย์ปัจจุบันมีความตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคดิจิทัล และมีความต้องการให้หลักสูตรฯ ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ เพิ่มเครือข่าย และอัพเดทความรู้ใหม่ ๆ ให้โดยเฉพาะการตลาดดิจิทัล การใช้สื่อออนไลน์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ มีความต้องการฝึกปฏิบัติจริงมากกว่าเรียนทฤษฎีและต้องการให้จัดทัศนศึกษาหรือลงพื้นที่ไปปฏิบัติการกับผู้ประกอบการจริง นอกจากนี้ มีความต้องการให้ปรับปรุงห้องเรียนและอุปกรณ์เทคโนโลยีให้มีความพร้อมเพื่อรองรับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ ๆ ขณะที่ความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตนั้น นอกจากความรู้ตามเนื้อหาหลักสูตรฯ แล้ว ยังต้องการให้หลักสูตรฯ เพิ่มทักษะให้กับมหาบัณฑิตในด้านทักษะที่ใช้ในการทำงานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อช่วยในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสังคมดิจิทัล และทักษะการเข้าสังคมการทำงานในองค์กรและความฉลาดทางอารมณ์ "