<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>บทความวิชาการ (Journal Articles)</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4782</link>
<description/>
<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 12:36:57 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-04-07T12:36:57Z</dc:date>
<item>
<title>การออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4579</link>
<description>การออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ
สุพิศ เสียงก้อง
ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ  ซึ่่งภายใต้หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อมวลชนทั้ง 9  หลักการ ได้แก่  1. ง่ายต่อการรับรู้และจำแนกผลิตภัณฑ์  2.สะดวกในการจับถือ 3. เปิดใช้งานง่าย 4. หยิบหรือเทของออกได้ง่าย 5. มีความเข้าใจได้ง่าย 6. ใช้งานง่าย 7. เก็บรักษาได้ง่าย 8. กำจัดทิ้งได้ง่าย  9. มีความปลอดภัยในการใช้งาน สอดคล้องกับคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่ผู้สูงอายุต้องการ และยังสอดคล้องกับหลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เข้าถึงการใช้งานได้อย่างไร้อุปสรรค ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความง่าย ด้านการรับรู้ และด้านความปลอดภัย เอื้อประโยชน์ต่อความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและการรับรู้ของผู้สูงอายุที่่มีความเสื่อมถอยลง ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุจะต้องให้ความสำคัญทั้งการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ เช่น การเลือกรููปทรงและขนาดที่่เหมาะสมต่อการหยิบจับใช้งานและเปิดปิดได้ง่าย ส่วนการออกแบบออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ที่่์ตอบสนองต่อการใช้งานบรรจุภัณฑ์ของผู้สูงอายุ ก็ต้องคำนึงถึงขนาดตัวอักษรภาพประกอบที่สื่อสารสารได้ชัดเจนสีที่ไม่มีผลต่อการมองเห็นคลาดเคลื่่อน และการแจงข้อมูลที่่เข้าใจง่ายชัดเจน เป็นต้น เหล่านี้ก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีการใช้งานบรรจุภัณฑ์ได้สะดวกสบาย เป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่่อมวลชนและผู้สููงอายุุได้อย่างแท้จริง
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4579</guid>
<dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่การต่อยอดสินค้าของฝากประจำจังหวัด และการพัฒนาหลักสูตรชุมชนด้านการจัดการด้านการออกแบบและการเพิ่มช่องทางการตลาด: กรณีศึกษา ชุมชนหนองน้ำใส จังหวัดสระแก้ว</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4578</link>
<description>การออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่การต่อยอดสินค้าของฝากประจำจังหวัด และการพัฒนาหลักสูตรชุมชนด้านการจัดการด้านการออกแบบและการเพิ่มช่องทางการตลาด: กรณีศึกษา ชุมชนหนองน้ำใส จังหวัดสระแก้ว
รสา สุนทรายุทธ
การออกแบบตราสินค้าและบรรจุุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่การต่อยอดสินค้าของฝากประจำจังหวัดและการพัฒนาหลักสูตรชุมชนด้านการจัดการออกแบบและการเพิ่มช่องทางการตลาด : กรณีศึกษา ชุุมชนหนองน้ำใส จังหวัดสระแก้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและค้นคว้าวิธีการดำเนินงานของชุุมชนโดย การใช้การคิดเชิงออกแบบตัวนำ การดึงเอาคนในชุุมชนเข้ามาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำการออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สามารถสื่อสารและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับสินค้า อีกทั้งยังนำไปสู่การออกแบบหลักสูตรชุมชนท้องถิ่นระยะสั้น ด้านการจัดการ การออกแบบตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่่อการยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากประจำจังหวัด โดยการดำเนินงานงานจะใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและการตอบแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่ประกอบไปด้วย อาจารย์นักอออกแบบ ผู้นำกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมจำนวน 150  คน เพื่อกำหนดแนวทางและประเมินความคิดเห็นที่มีต่องานออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า นอกจากนั้นจะใช้วิธีการ จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการรวมกลุ่มร่วมสร้างสรรค์กับชาวบ้านในชุุมชนและผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยชุมชน จังหวัดสระแก้วในการออกแบบหลักสูตรชุมชนให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากที่สุด ผลการวิจัยและการออกแบบครั้งนี้ ผู้วิจัยและคณะได้ออกแบบออกแบบตราสัญลักษณ์ “น้ำใส” ที่่สามารถสื่อสารถึงภาพลักษณ์ใหม่ที่่ทันสมัยของตราสินค้าขนมทองม้วนและขนมเกลียวกรอบ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นกันเอง ลักษณะของความเป็นท้องถิ่น การมีสุขภาพที่ดีและความสะอาด ปลอดภัย ชิ้นงานออกแบบลรรจุภัณฑ์ต้นแบบเป็นลักษณะกล่องที่สามารถผลิตได้จริง มีภาพลักษณ์ที่่์ สื่อสารถึงความสนุกสนาน สดใส ความกระทัดรัด และสะดวกสบาย ซึ่่งผลจากการออกแบบ และผลิตบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้  ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถขายได้ในราคาที่่สููงขึ้้นสร้างรายได้ให้กับชุมชน และยังมีโอกาสได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่่์นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารเพื่อเป็นของฝากได้อีกด้วย นอกจากนั้้น จากกระบวนการร่วมสร้างสรรค์เพื่อทำการออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์กับกลุ่มชาวบ้านชุมชนหนองน้ำกลุ่มชาวบ้านชุุมชนหนองน้ำใสได้ให้ข้อมูล เพื่่อการออกแบบหลักสูตรชุุมชนระยะสั้น 2 หลักสูตรด้วยกัน คือ หลักสูตรการจัดการด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน และหลักสูตรการเพิ่่ม ช่องทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนและการออกแบบตราสินค้า โดยการจัดหลักสูตรให้ชุมชนนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่่อนำไปสู่การต่อยอดความคิดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4578</guid>
<dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การพัฒนาแอปพลิเคลันเกมออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยใช้ป้องกันภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4577</link>
<description>การพัฒนาแอปพลิเคลันเกมออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยใช้ป้องกันภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์
วันเฉลิม พรหมศร; บุุญชูู บุญลิขิตศิริ; ปรัชญา แก้วแก่น; ก้องเกียรติ หิรัญเกิด
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชั่นเกมออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุไทยใช้ป้องกันภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์มุ่งเน้นการพัฒนาของสมองส่วนระบบสมองด้านหน้าที่รู้คิด Cognitive Function โดยใช้การเปรียบเทียบวัดผลจากการทำแบบประเมินสมรรถภาพสมอง (Montreal Cognitive Assessment: MoCA-Test) ก่อนและหลังการใช้งานแอปพลิเคชั่นออกกำลังกายโดยแบ่งกลุ่มทดลองเป็น 3 กลุ่ม 1) กลุ่มคนใช้แอปพลิเคชั่นเกมออกกำลังกาย 2) กลุ่มคนไม่ใช้แอปพลิเคชั่นเกมออกกำลังกายในการออกกำลังกาย 3) กลุ่มคนที่ไม่ออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุไทยสุขุภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว อายุระหว่าง 55-75 ปี จำนวน 14 คน เครื่องมือที่่ใช้ในการวิจัยคือแอปพลิเคชั่นเกมออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุไทยใช้ป้องกันภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ก่อนการทดลองกลุ่มทดลองแต่ละกลุ่มต้องทำบบประเมิน MoCA-Test เพื่อวัดผลหลังจากนั้นให้กลุ่มทดลองออกกำลังกายด้วย แอปพลิเคชั่นเกมออกกำลังกายเป็นระยะเวลา 10 ครั้ง (ประมาณ 1 เดือน) แล้ว้ให้กลุ่มทดลองทำแบบประเมิน MoCA-Test อีกครั้งหลังจากใช้แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายเพื่่อทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์คะะแนนของแบบทดสอบระหว่างกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ผลวิจัย ระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบผลการทดลองก่อนและหลังทำแบบทดสอบแสดงให้เห็นว่ากลุ่มทดลองท่ใช้แอปพลิเคชั่นมีผลลัพธทางสมองที่พัฒนาขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มทดลองที่่ออกกำลังกายไม่ได้ใช้แอปพลิเคชั่นและกลุ่มไม่ออกกำลังกาย สรุุปได้ว่้่าการใช้แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายมีส่วนช่วยพัฒนาสมองสามารถนำมาใช้เป็นทางเลือกสำหรับป้องกันโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์รวมถึงเป็นสันทนาการทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4577</guid>
<dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การออกแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากภูมิปัญญาทอผ้าฝ้ายร่วมกับเส้นใยก้านโหม่งต้นจาก ชุมชนอ่างเตย ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4576</link>
<description>การออกแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากภูมิปัญญาทอผ้าฝ้ายร่วมกับเส้นใยก้านโหม่งต้นจาก ชุมชนอ่างเตย ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
จุฬาวรรณ ดีเลิศ; ชัยยศ วนิชวัฒนานุวัติ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาการใช้ประโยชน์จากเส้นใยก้านโหม่งต้นจาก ร่วมกับกับการทอผ้าฝ้ายของชุุมชน อ่างเตย ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา 2) ทดลองนำเส้นใยจากเส้นใยก้านโหม่่งต้นจากเพื่่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋า 3) ออกแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากเส้นใยก้านโหม่งต้นจาก จากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักวิชากร ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ&#13;
ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ รวมจำนวน 106 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากภูมิปัญญาทอผ้าฝ้ายร่วมกับเส้นใยก้านโหม่งต้นจากชุุมชนอ่างเตย ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ คือ ส่วนที่ 1 ศึกษาการใช้ประโยชน์และทดลองนำ เส้นใยจากก้านโหม่งต้นจาก ผสมกับภูมิปัญญาการทอผ้าจากชุมชนอ่างเตย จากการสำรวจและสัมภาษณ์ ผู้ประกอบการและผู้จัดจำหน่าย แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ กระบวนการเกี่ยวกับเส้นใย และลายผ้าภูมิปัญญาทอผ้า ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนอ่างเตย พบว่า มีความสนใจ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทกระเป๋ามากที่สุดร้อยละ 40 พฤติกรรมในการเลือกรููปแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋ามากที่่สุด กระเป๋าเป้ คิดเป็นร้อยละ 12 กระเป๋ามีสายคล้องข้อมือ คิดเป็นร้ยละ 9 กระเป๋าทรงนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 8 กระเป๋าทรงจีบ คิดเป็นร้อยละ 7 กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม คิดเป็นร้อยละ 7 และความพึงพอใจเกี่ยวกับสีของผลิตภัณฑ์กระเป๋า วรรณะสีร้อน มากที่สุด สีส้มเหลือง ร้อยละ 42 วรรณะสีเย็นมากที่่สุุด สีเขียวร้อยละ 38 ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1) ด้านลักษณะเฉพาะถิ่น 2) ด้านประโยชน์ใช้สอย 3) ด้านความงาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (X = 4.31)
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4576</guid>
<dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
