<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>รายงานการวิจัย (Research Reports)</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4702</link>
<description/>
<pubDate>Mon, 06 Apr 2026 02:01:38 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-04-06T02:01:38Z</dc:date>
<item>
<title>การสร้างสรรค์การแสดงในฐานะวัฒนธรรมสร้างสรรค์เพื่อชุมชน: กรณีศึกษาการสร้างสรรค์หนังใหญ่ร่วมสมัย เรื่อง พระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกร</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17732</link>
<description>การสร้างสรรค์การแสดงในฐานะวัฒนธรรมสร้างสรรค์เพื่อชุมชน: กรณีศึกษาการสร้างสรรค์หนังใหญ่ร่วมสมัย เรื่อง พระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกร
นพพล จำเริญทอง
งานวิจัยเรื่อง การสร้างการแสดงในฐานะวัฒนธรรมสร้างสรรค์เพื่อชุมชน: กรณีศึกษาการสร้างสรรค์หนังใหญ่ร่วมสมัยเรื่องพระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกรมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อสร้างสรรค์การแสดงหนังใหญ่ร่วมสมัยร่วมกับคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการแสดงโดยการศึกษาอัตลักษณ์การเชิดหนังใหญ่ของคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน  การสัมภาษณ์ครูอำไพ  บุญรอดเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลด้านการแสดง กระบวนการสร้างสรรค์แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอนได้แก่ ๑) การสร้างบท บทที่ใช้ในการแสดงมาจากการดัดแปลงนิทานคำกลอนเรื่อง พระอภัยมณีโดยเลือกตอน สุดสาครจับม้านิลมังกร ๒) การทดลองออกแบบการเต้นและการเชิดหนังโดยมีการสร้างหนังใหญ่จำนวน ๓ ตัว ได้แก่หนังสุดสาคร หนังม้านิลมังกร และหนังสุดสาครจับม้านิลมังกรโดยกำหนดแนวคิดการออกแบบท่าเต้นและการเชิดรูปแบบการเต้นคู่ (Pas de deux) เพื่อใช้แสดงศักยภาพของนักเชิดหนังใหญ่ ๓) การนำผลการทดลองจากการวิจัยไปฝึกปฏิบัติการแสดงร่วมกับคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอนโดยมีอาจารย์อำไพ บุญรอด หัวหน้าคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน พร้อมด้วยนายมานะ  ล่วงพ้นและนายอครพล เชิงกรายผู้ควบคุมการฝึกซ้อมและกำกับการแสดงหนังใหญ่ร่วมสมัยเรื่อง พระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกร ผลงานสร้างสรรค์จากการปฏิบัติการวิจัยด้านการแสดงครั้งนี้ได้จัดแสดงเป็นครั้งแรกให้ผู้ชมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิจำนวน ๑๔๐ คนที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอนเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗    นอกจากนั้นคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอนได้นำผลงานสร้างสรรค์จากการวิจัยครั้งนี้ไปร่วมการแสดงทางวัฒนธรรมของจังหวัดระยองและมีกำหนดเปิดการแสดงในเทศกาลหนังใหญ่ไฟกะลาซึ่งเป็นเทศกาลแสดงหนังใหญ่ประจำปีของคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน การวิจัยครั้งนี้ทำให้เห็นว่าการทำงานสร้างสรรค์ด้านการแสดงจากองค์ความรู้เดิมของเจ้าของวัฒนธรรมในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนิเวศวัฒนธรรมได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและการประเมินตามกระบวนการวิจัยทำให้ผลงานสร้างสรรค์เกิดประโยชน์  สามารถสร้างคุณค่าให้กับชุมชนตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17732</guid>
<dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การสร้างสรรค์นาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม ชุด ลาแพร มิดิ เดิง โฟน</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17728</link>
<description>การสร้างสรรค์นาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม ชุด ลาแพร มิดิ เดิง โฟน
ภัชภรชา แก้วพลอย
การแสดงชุด ลา แพร มิดิ เดิง โฟน หรือ อัชชบุรุษยามมัธยันห์ เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม 2)เพื่อหาแนวคิดในการสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม โดยมีรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยการศึกษาค้นคว้า เก็บรวมรวมข้อมูลด้านเอกสาร ตำรา สื่อสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย เพื่อนำมาวิเคราะห์ผล อันได้แก่ แนวคิดศิลปะสมัยใหม่ แนวคิดด้านวัฒนธรรม เทคนิคการเคลื่อนไหวนาฏศิลป์ ตลอดจนองค์ความรู้อื่นๆ แบบสหวิชา เช่น ภาษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ เป็นต้น เพื่อนำมาเป็นกรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานนาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม และนำเสนอผลงานวิจัยสู่สาธารณชน ผลวิจัยพบว่า การสร้างสรรค์นาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรมนั้น ประกอบไปด้วยแนวคิด 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การสร้างสรรค์นาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม ได้แก่ 1)การกำหนดโครงเรื่องและเหตุการณ์ 2)การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมผ่านบทกวีไทย 3)การใช้สัญญะหรือภาพแทนความ 4) องค์ประกอบการแสดงแบบข้ามวัฒนธรรม และส่วนที่ 2 แนวคิดในการออกแบบและกำกับลีลา ได้แก่ 1) เทคนิคการเคลื่อนไหวนาฏศิลป์ 2)แนวคิดในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมผ่านการแสดงอิริยาบถ 3)ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับท่วงท่าลีลา 4) การจัดแสดงเป็นภาพ งานวิจัยในครั้งนี้นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แนวคิดการสร้างสรรค์นาฏศิลป์แบบข้ามวัฒนธรรม นั้นสามารถทำได้โดยการใช้วัฒนธรรมหนึ่งเพื่อสื่อสารถึงวัฒนธรรมหนึ่ง การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่เพื่อสื่อสารกับผู้ชมต่างกลุ่มวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่ากรอบแนวคิดจะเกิดเพียงรากวัฒนธรรมใดอย่างหนึ่งก็ตาม แต่ศิลปะการแสดงนั้นไม่อาจอยู่กับที่ได้ ศิลปินจำเป็นต้องพัฒนางาน สร้างสรรค์ให้ทันยุคทันสมัยที่สุด เพื่อให้ศิลปะการแสดงเป็นสื่อกลางหนึ่งในการสื่อสารสังคมเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรม เพื่อการสร้างสรรค์และเพื่อรับใช้สังคมในยุคร่วมสมัยต่อไป
งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนวิจัย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมวัฒนธรรมศิลปะ คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา ปีงบประมาณ 2563
</description>
<pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17728</guid>
<dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การสร้างสรรค์นาฏศิลป์จากข้อมูลประวัติศาสตร์ เมืองศรีพโล</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17727</link>
<description>การสร้างสรรค์นาฏศิลป์จากข้อมูลประวัติศาสตร์ เมืองศรีพโล
นพพล จำเริญทอง
งานวิจัยเรื่อง การสร้างสรรค์นาฏศิลป์จากข้อมูลประวัติศาสตร์ เมืองศรีพโล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์ไทยรูปแบบระบำจากแหล่งประวัติศาสตร์ภาคตะวันออก เมืองศรีพโลโดยการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและการสร้างสรรค์ทางนาฏศิลป์ ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและผลงานทางวิชาการ การสัมภาษณ์และการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการวิจัยภาคสนามแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติปราจีนบุรีและพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดศรีพโลทัย จังหวัดชลบุรีแล้วนำผลการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีเมืองศรีพโลเป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์ระบำ ผลการวิจัยพบว่าเมืองศรีพโลในอดีตเป็นเมืองท่าเล็ก ๆ ติดชายฝั่งทะเล มีประวัติทางโบราณคดีที่ได้รับอิทธิพลตั้งแต่ตั้งสมัยทวารวดี  ขอม สุโขทัยจนกระทั่งสมัยอยุธยาตอนปลาย ผู้วิจัยกำหนดจินตภาพของการแสดงให้ตัวละครหรือผู้แสดงนั้นเป็นผู้หญิงซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากตุ๊กตาเสียกบาล โดยกำหนดโครงสร้างของระบำไว้ 4 ช่วงได้แก่ ช่วงก่อร่างสร้างเมือง  ช่วงการเผยแพร่พุทธศาสนา  ช่วงความเชื่อในเทพเจ้า  และช่วงรุ่งเรืองการค้าขาย โดยใช้ลักษณะทางภูมิศาสตร์  โบราณสถาน  โบราณวัตถุ พระพุทธรูป เทวรูปและท่ารำจากระบำชาติพันธุ์ตามขนบ ผู้วิจัยค้นพบท่ารำใหม่จำนวน 3 ท่าคือ จีบละโว้  จีบอู่ทอง และท่ารำพระคเณศชูงวง เครื่องแต่งกายได้แรงบันดาลใจตามศิลปะแบบสุโขทัยโดยเลือกใช้ทรงผมแบบมวยสูง ผ้ารัดอก ผ้านุ่งชั้นในยาวกรอมเท้าสีเขียวไข่กาตามสีเครื่องเคลือบดินเผา เครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสำริดที่ขุดพบสมัยอยุธยา ดนตรีประกอบการแสดงเป็นทำนองเพลงที่ประพันธ์ใหม่โดยอ้างอิงแนวคิดการประพันธ์เพลงจากเพลงชุดระบำโบราณคดีของกรมศิลปากรบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้นวมตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์และวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
งานวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้มหาวิทยาลัย เงินรายได้ส่วนงานเงินกองทุนวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
</description>
<pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17727</guid>
<dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะภายในมนุษย์ด้วยศิลปะการละคร: เครื่องมือสำหรับพัฒนามนุษย์ในสังคมร่วมสมัย</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17726</link>
<description>การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะภายในมนุษย์ด้วยศิลปะการละคร: เครื่องมือสำหรับพัฒนามนุษย์ในสังคมร่วมสมัย
ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ
งานวิจัยนี้กำหนดวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1. เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านศิลปะการละครเพื่อการปรับเปลี่ยนคุณลักษณะภายในสำหรับพัฒนามนุษย์ในสังคมร่วมสมัยจากประสบการณ์ของไทยและต่างประเทศ และ 2. เพื่อสร้างเครือข่ายคนทำงาน ระหว่างนักวิชาการ นักวิชาชีพ บุคคลทั่วไปที่สนใจแนวทางศิลปะการละคร ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดกระบวนการสัมภาษณ์ผู้รู้ และการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพของศิลปะสามารถนำพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมก้าวข้ามความรู้ ความเข้าใจ ไปสู่สภาวะทางกายและประสบการณ์เชิงความรู้สึก ศิลปะการละครสามารถทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมกลับมาย้อนดูประสบการณ์ภายในตัวเองผ่านกาย จิตใจ และสมอง สามารถสร้างปรับเปลี่ยนคุณลักษณะภายในมนุษย์ จากการค้นคว้างานวิจัยและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมละคร สามารถสร้างคุณลักษณะภายในในบริบทสังคมร่วมสมัย คุณลักษณะภายในบุคคลปรากฏ ได้แก่ ความสามารถในการเกิดเผชิญหน้ากับสถานการณ์ด้วยสติปัญญาของตนเอง มีความเข้าใจตนเอง รู้เท่าทันโครงสร้างสังคมและธรรมชาติแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงในทุกขณะ
โครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินอุดหนุนการวิจัยจากกองทุนวิจัยและพัฒนา คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564.
</description>
<pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17726</guid>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
