<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4786">
<title>รายงานการวิจัย (Research Reports)</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4786</link>
<description/>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17498"/>
<rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17496"/>
<rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4367"/>
<rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4053"/>
</rdf:Seq>
</items>
<dc:date>2026-04-06T03:23:44Z</dc:date>
</channel>
<item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17498">
<title>การประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบตรวจจับจำแนกวัตถุเชิงพื้นที่สำหรับตรวจสอบการจราจรบริเวณเทศบาลเมืองแสนสุข</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17498</link>
<description>การประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบตรวจจับจำแนกวัตถุเชิงพื้นที่สำหรับตรวจสอบการจราจรบริเวณเทศบาลเมืองแสนสุข
กฤษณะ อิ่มสวาสดิ์
การพัฒนาระบบตรวจจับจำนวนและจำแนกประเภทยานพาหนะจากกล้องวงจรปิด โดยใช้&#13;
เทคนิคการเรียนรู้โครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกแบบคอนโวลูชันและสร้างแบบจำลองแผนที่การจราจรบนถนน ในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญในระบบขนส่งอัจฉริยะ (ITS) และการเฝ้าระวังการจราจรที่มีอัตราการเติบโตของยานพาหนะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานการเฝ้าระวังการตรวจจับจากกล้องวงจรปิด ในวิจัยนี้นำโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึก YOLOV8 มาใช้วิเคราะห์การเรียนรู้ประเภทยานพาหนะทั้ง 12 ประเภท การจำแนกได้เปรียบเทียบสัดส่วนค่าความถูกต้องของการจำแนกภาพจากการคาดการณ์และภาพจริง Confusion Matrix ของการจำแนกยานพาหนะมีค่าความถูกต้องอยู่ในช่วงระหว่าง 0.68 –1 โดยประเภทรถอเนกประสงค์ประเภทครอบครัน (SUV), รถอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานและดัดแปลงมาจากรถกระบะ (PPV) และรถอเนกประสงค์ค์ที่มามารถนั่งได้ประมาณ 5 - 7 คน (MPV) มีค่าระหว่าง 0.68 - 0.78 หรือประมาณ 68 – 78 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรถมอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง (Sidecar), รถบรรทุก (truck), รถกระบะ (pick-up), รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 4 ที่นั่ง (sedan), รถมอเตอร์ไซด์ (Motorcycle), รถตู้ (van) และ รถประจำทาง (Bus) มีค่าในช่วง 0.87 – 0.90 หรือประมาณ 87 – 90 เปอร์เซ็นต์ ประเภทรถกระบะขนส่งตู้ทึบ (Solidbox pick-up) และรถสองแถว (Songthaew) มีค่าระหว่าง 0.91 – 1.00 หรือประมาณ 91 – 100&#13;
เปอร์เซ็นต์ โดยการจำแนกประเภทยานพาหนะมีระดับคüามแม่นยำเฉลี่ยประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ค่า mAP50 เฉลี่ยรüมทุกประเภทยานพาหนะอยู่ที่ประมาณ 86 เปอร์เซ็นต์ และค่า mAP50-95 เฉลี่ย รวมทุกประเภทยานพาหนะอยู่ที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการจำแนกและติดตามยานพาหนะบนถนนมีรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อทดสอบการจำแนกความถูกต้องแม่นยำของ แบบจำลองการจำแนกยานพาหนะ เพื่อติดตามนับจำนวนยานพาหนะบนการจราจรแบบตามเวลาจริง&#13;
จากกล้องวงจรปิด และพัฒนาวิธีการทำแผนที่มุมมองย้อนกลับแบบผสมผสานจากภาพถ่ายจากดาวเทียมและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อพัฒนาแผนที่แบบจำลองการจราจรบนถนนบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รับฝึกสอนข้อมูลให้สามารถจดจำ เรียนรู้ประเภทของยานพาหนะเพื่อสร้างแบบจำลองการตรüจจับ การจำแนกและประยุกต์บนข้อมูลภูมิสารสนเทศในรูปแบบแผนที่ โดยค่าความถูกต้องของการจำแนกและค่าความแม่นยำของตำแหน่งยานพาหนะมีค่าเฉลี่ย 85 – 90 เปอร์เซ็นต์ ของแผนที่แบบจำลองการจราจรขึ้นอยู่กับมุมมองกล้องวงจรปิด ความสูง รายละเอียดภาพและ การวางจุดอ้างอิงบนภาพ
งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณเงินรายได้ ประจำปีงบประมาณ 2566 คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
</description>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17496">
<title>การวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากสื่อสังคมออนไลน์ภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17496</link>
<description>การวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากสื่อสังคมออนไลน์ภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ณรงค์ พลีรักษ์; อรรถวุฒิ นารถกุลพัฒน์
สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทในชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น มีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดข้อมูลจำนวนมากและนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย งานวิจัยนี้ได้ใช้ข้อมูลความคิดเห็นที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหารบนเว็บไซต์ Tripadvisor, Wongnai และ Pantip ตั้งแต่ พ.ศ. 2561-2565 ครอบคลุมช่วงก่อนและช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 น าข้อมูลความคิดเห็นที่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดทำเหมืองข้อความ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ และการวิเคราะห์ความคิดเห็นด้วยแบบจำลอง Sequence Model ความคิดเห็นแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ความคิดเห็นเชิงบวก เป็นกลาง และเชิงลบ ผลการวิจัยพบว่าจำนวนแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหารที่มีการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์ Tripadvisor, Wongnai และ Pantip มีแนวโน้มลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนจ านวนความคิดเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน&#13;
ผลการศึกษาจากเว็บไซต์ Tripadvisor พบว่าช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&#13;
จำนวนแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหารที่มีการแสดงความคิดเห็นมีจำนวนลดลงร้อยละ 60.30, 69.39 และ 68.33 ตามล าดับ เช่นเดียวกับจำนวนความคิดเห็นที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหารมีจำนวนลดลงร้อยละ 75.45, 67.00 และ 82.11 ตามล าดับ ในขณะที่ความคิดเห็นเชิงลบมีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตรงข้ามกับความคิดเห็นเชิงบวกที่มีจำนวนลดลงในช่วงเวลานี้ ส่วนผลการศึกษาจากเว็บไซต์ Wongnai และ Pantip เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลการศึกษาจาก เว็บไซต์ Tripadvisor กล่าวคือ ทั้งจำนวนสถานที่และจำนวนความคิดเห็นมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยสาเหตุสำคัญมาจากมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลประกาศใช้เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค เช่น มาตรการห้ามเดินทางข้ามจังหวัด การล็อคดาวน์ และการเว้นระยะห่างทาง&#13;
สังคม ส่งผลกระบทให้การเดินทางและการท่องเที่ยวหยุดชะงัก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปิดให้บริการ เช่น ที่พัก และร้านอาหาร ด้วยสาเหตุนี้จึงส่งผลให้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหารบนเว็บไซต์ Tripadvisor, Wongnai และ Pantip ลดลง &#13;
ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำผลการวิจัยไปใช้ คือ นักท่องเที่ยวและลูกค้าสามารถนำความ&#13;
คิดเห็นเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหารบนสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจเลือกใช้บริการ ในขณะเดียวกันเจ้าของธุรกิจก็สามารถนำความคิดคิดเห็นเหล่านั้นมาใช้ปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้
</description>
<dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4367">
<title>การศึกษาพื้นที่ต้องการน้ำโดยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรณีศึกษาพื้นที่ชนบท จังหวัดปราจีนบุรี</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4367</link>
<description>การศึกษาพื้นที่ต้องการน้ำโดยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรณีศึกษาพื้นที่ชนบท จังหวัดปราจีนบุรี
กรรณิการ์ วรรณทวี; พิชิตพร ผลเกิดดี
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาสาเหตุและปัจจัยความต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของแต่ละปัจจัยความต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดปราจีนบุรี และเพื่อศึกษาพื้นที่ต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ข้อมูล&#13;
ที่ใช้ในการศึกษามีข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงบรรยายโดยกำหนดปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจรวมถึง โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โปรแกรม ArcGIS ใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำแผนที่ (Map Layout) โปรแกรมวิเคราะห์เชิงสถิติ SPSS ใช้เพื่อศึกษา&#13;
ความสัมพันธ์แต่ละปัจจัย ผลการวิจัยพบว่า&#13;
1. ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 55.75 อายุ 41-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 41.75 ระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 48 และมีอาชีพเกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 41&#13;
2. ปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจ พบว่าส่วนใหญ่มีขนาดครัวเรือนขนาดเล็ก (1-4 คน) คิดเป็นร้อยละ 58.50 ไม่มีแท็งก์น้ำ คิดเป็นร้อยละ 61.75 มีฝักบัว คิดเป็นร้อยละ 52 มีจำนวนห้องสุขา (1-2 ห้อง) &#13;
คิดเป็นร้อยละ 93.50 มีก๊อกสนามคิดเป็นร้อยละ 86.50 และปริมาณการใช้น้ำ 800 ลิตร คิดเป็นร้อยละ 58.50&#13;
3. จำนวนสุขา (&#119909;1) และ ก๊อกสนาม (&#119909;2) เป็นตัวแปรอิสระที่สามารถนำมาพยากรณ์ปริมาณการใช้น้ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (0.05) ซึ่งสามารถท้านายได้ร้อยละ 8.9 โดยมีสมการการทำนาย คือ &#119910;=0.502+0.752&#119909;1+0.210&#119909;2&#13;
4. พื้นที่ชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนใหญ่มีพื้นที่ความต้องการน้ำมาก พบว่าบริเวณอำเภอกบินทร์บุรี เป็นพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.48
งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
</description>
<dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4053">
<title>โครงการการประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบสนับสนุน การตัดสินใจเชิงพื้นที่สำหรับวิเคราะห์พื้นที่ต้องการน้ำในพื้นที่ชนบทของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก</title>
<link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4053</link>
<description>โครงการการประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบสนับสนุน การตัดสินใจเชิงพื้นที่สำหรับวิเคราะห์พื้นที่ต้องการน้ำในพื้นที่ชนบทของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
กรรณิการ์ วรรณทวี
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุและปัจจัยความต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของแต่ละปัจจัยความต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และ เพื่อศึกษาพื้นที่ต้องการใช้น้ำในครัวเรือนพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษามีข้อมูลเชิงพื้นที่และ&#13;
ข้อมูลเชิงบรรยายโดยกำหนดปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจ รวมถึงโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โปรแกรม ArcGIS ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำแผนที่ (Map Layout) เพื่อจำแนกระดับความต้องการน้ำและโปรแกรมวิเคราะห์เชิงสถิติ SPSS เพื่อศึกษาความสัมพันธ์แต่ละปัจจัย ผลการวิจัยพบว่า&#13;
1. ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 55.75 อายุ 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 48.51 ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/ตอนปลาย/เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 55.63 และมีอาชีพ&#13;
เกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 43.5&#13;
2. ปัจจัยโครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พบว่าส่วนใหญ่มีขนาดครัวเรือนขนาดเล็ก (1-4 คน) คิดเป็นร้อยละ 75.83 มีจำนวนแท็งก์น้ำ 1 ลูก คิดเป็นร้อยละ 57.25 มีฝักบัว คิดเป็นร้อยละ 68.75 มีจำนวนห้องสุขา (1-2 ห้อง) คิดเป็นร้อยละ 93.74 มีก๊อกสนามคิดเป็นร้อยละ 77.42 และปริมาณการใช้น้ำ 800 ลิตร คิดเป็นร้อยละ 75.75&#13;
3. ความสัมพันธ์แต่ละปัจจัยพื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวนห้องสุขา (&#119909;1) เป็นตัวแปรอิสระที่สามารถนำมาพยากรณ์ปริมาณการใช้น้ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (0.05) โดยมีสมการการทำนาย คือ &#119910; = 384.615 + 340.641&#119909;1 ซึ่งมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ 0.388 และความสัมพันธ์แต่ละปัจจัยพื้นที่ชนบทจังหวัดชลบุรี จำนวนสุขา (&#119909;1) เป็นตัวแปรอิสระที่สามารถนำมาพยากรณ์ปริมาณการใช้น้ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (0.05) โดยมีสมการการทำนาย คือ &#119910; = 0.245 + 1.003&#119909;1 ซึ่งมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ 0.365 อีกทั้งความสัมพันธ์แต่ละปัจจัยพื้นที่ชนบทจังหวัดระยอง จำนวนสุขา (&#119909;1) และ ฝักบัว (&#119909;2) เป็นตัวแปรอิสระที่สามารถนำมา&#13;
พยากรณ์ปริมาณการใช้น้ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (0.05) โดยมีสมการการทำนาย คือ&#13;
&#119910; = 0.075 + 1.382&#119909;1 + (−0.157)&#119909;2 ซึ่งมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ 0.524 และ 0.184&#13;
4. พื้นที่ชนบทจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนใหญ่มีพื้นที่ความต้องการน้ำน้อย พบว่าบริเวณ 11 คิดเป็นร้อยละ 77.67 และพื้นที่ชนบทจังหวัดระยอง ส่วนใหญ่มีพื้นที่ต้องการน้ำมาก พบบริเวณอำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมาและอำเภอบ้านค่าย คิดเป็นร้อยละ 52.48 อีกทั้งพื้นที่ชนบทจังหวัดชลบุรี ส่วนใหญ่มีพื้นที่ต้องการน้ำมาก พบว่าบริเวณอำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึงและอำเภอหนองใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 50"
โครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้ (เงินอุดหนุนจากรัฐบาล) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
</description>
<dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</rdf:RDF>
