<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>รายงานการวิจัย (Research Reports)</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4751" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4751</id>
<updated>2026-04-30T12:09:28Z</updated>
<dc:date>2026-04-30T12:09:28Z</dc:date>
<entry>
<title>โครงการวิจัยการพัฒนามอดูลการวัดความซับซ้อนของซอร์สโค้ดสำหรับแพลตฟอร์มการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17751" rel="alternate"/>
<author>
<name>พีระศักดิ์ เพียรประสิทธิ์</name>
</author>
<author>
<name>ณัฐพร ภักดี</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17751</id>
<updated>2026-04-29T02:24:04Z</updated>
<published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">โครงการวิจัยการพัฒนามอดูลการวัดความซับซ้อนของซอร์สโค้ดสำหรับแพลตฟอร์มการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม
พีระศักดิ์ เพียรประสิทธิ์; ณัฐพร ภักดี
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนามอดูลการวัดผลความซับซ้อนของซอร์สโค๊ดสำหรับ แพลตฟอร์มการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรม ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มีฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การกำหนดปัญหา การมอบหมายงานให้นักเรียน และการตรวจประเมินความถูกต้องของซอร์สโค๊ดและรายงานผลคะแนนของผู้เรียน วัตถุประสงค์ของแพลตฟอร์มนี้คือเพื่อทำให้การสอนและการเรียนรู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้สอนและนักเรียน มอดูลการวัดความซับซ้อนของซอร์สโค๊ดที่พัฒนาขึ้นนี้จะใช้วัดค่าความซับซ้อนของซอร์สโค๊ดของผู้เรียนในแตAละโจทย์ปัญหา โดยใช้การวัดด้วย Cyclomatic metrics และ Object Oriented Design Metrics (C-K metrics) ผลลัพธUจากรายงานความซับซ้อนของซอร์สโค๊ดของผู้เรียนแต่ละโจทย์ปัญหาจะสะท้อนถึงระดับความยากง่ายของโจทย์ปัญหา และใช้เป็นข้มูลสนับสนุนผู้สอนในการตัดสินใจเลือกโจทย์ปัญหาสำหรับการเขียนโปรแกรม โดยคำนึงถึงระดับความยากของคำถามที่เหมาะสมกับนักเรียน และสร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนให้เหมาะสม ข้อมูลนี้อาจถูกนำไปใช้ในการกำหนดงาน ประเมินระดับทักษะความรู้ความสามารถของนักเรียน และปรับกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะของผู้เรียน
</summary>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การประยุกต์ใช้งานความเป็นจริงเสริมในงานด้านอุตสาหกรรมอัตโนมัติ (ระยะที่ 2)</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17750" rel="alternate"/>
<author>
<name>ประจักษ์ จิตเงินมะดัน</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17750</id>
<updated>2026-04-23T09:08:25Z</updated>
<published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การประยุกต์ใช้งานความเป็นจริงเสริมในงานด้านอุตสาหกรรมอัตโนมัติ (ระยะที่ 2)
ประจักษ์ จิตเงินมะดัน
ในอุตสาหกรรมและเทคนิคการผลิตสมัยใหม่ การบำรุงรักษาที่รวดเร็วและแม่นยำเป็นแนวคิดที่สำคัญอย่างยิ่ง การศึกษานี้ได้นำเสนอระบบผู้เชี่ยวชาญระยะไกลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเปลี่ยนแปลงการบำรุงรักษาในอุตสาหกรรมอัตโนมัติผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเป็นจริงผสม (MR) และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เข้าด้วยกัน โดยมีการทดสอบการนำไปใช้งานด้วยโมเดล YOLOv8s บนอุปกรณ์แว่น Microsoft HoloLens 2 สำหรับการรู้จำวัตถุแบบเรียลไทม์และการตรวจจับสถานะไฟแสดง LED บนอุปกรณ์ PLCnext ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานซ่อมบำรุงได้รับข้อมูลการตรวจสอบและวินิจฉัยในทันที การตรวจสอบความถูกต้องด้วยการทดลองและการทดสอบภาคสนามแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบที่มีประสิทธิภาพด้วยค่า mAP50 ที่ 0.993 และ mAP50-95 ที่ 0.844 และระบบสามารถสร้างคำแนะนำในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรโดยใช้โมเดล NLP ที่ได้รับการพัฒนาเสริมข้อมูลเฉพาะทาง ซึ่งสามารถให้คำแนะนำเฉพาะทางแบบอัตโนมัติตามปัญหาที่ระบุ โดยแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมนี้ สร้างกระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการซ่อมบำรุงในอุตสาหกรรมอัตโนมัติที่ช่วยลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักรอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดต้นทุนการบำรุงรักษาในภาพรวม
</summary>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลบนพื้นฐานของเทคโนโลยี PLCnext (ระยะที่ 2)</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17749" rel="alternate"/>
<author>
<name>ประจักษ์ จิตเงินมะดัน</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17749</id>
<updated>2026-04-23T08:39:57Z</updated>
<published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลบนพื้นฐานของเทคโนโลยี PLCnext (ระยะที่ 2)
ประจักษ์ จิตเงินมะดัน
งานวิจัยนี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัล (Digital Twin) บนพื้นฐานของเทคโนโลยี PLCnext โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอัตโนมัติ การวิจัยแบ่งเป็นสองระยะ โดยระยะที่ 1 เน้นการศึกษาและทดสอบโปรโตคอลการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์จริงกับแบบจำลองดิจิทัล และระยะที่ 2 พัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์และทำนายด้วยโครงข่ายประสาทเทียม ผลการศึกษาพบว่าโปรโตคอล MQTT มีประสิทธิภาพสูงในการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ PLCnext ไปยังแพลตฟอร์ม IoT ขณะที่ WebSocket เหมาะสมกับการดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์จากแพลตฟอร์มไปยัง Unity การพัฒนา แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบไฮบริด CNN-LSTM สามารถทำนายพารามิเตอร์การผลิตได้แม่นยำกว่าแบบจำลองเดี่ยว โดยมีค่า mAP50 ที่ 63.8% เปรียบเทียบกับ LSTM ที่ 57.2% และ CNN ที่ 51.9% ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิกระบวนการมากที่สุดคือความเร็วการหมุน (55%) แรงบิด (22%) และการสึกหรอของเครื่องมือ (15%) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ในอุตสาหกรรม 4.0
</summary>
<dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการสำหรับการสร้างแบบจำลองลายกนก</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17675" rel="alternate"/>
<author>
<name>ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล</name>
</author>
<author>
<name>สุนิสา ริมเจริญ</name>
</author>
<author>
<name>เหมรัศมิ์ วชิรหัตพงศ์</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17675</id>
<updated>2026-02-25T02:39:12Z</updated>
<published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการสำหรับการสร้างแบบจำลองลายกนก
ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล; สุนิสา ริมเจริญ; เหมรัศมิ์ วชิรหัตพงศ์
งานวิจัยนี้เสนอผลการสร้างแบบจำลองลายกระหนก ซึ่งเป็นลายพื้นฐานของงานลายไทย โดยใช้หลักการคณิตศาสตร์ช่วยวาดเส้นโค้ง หลักการวิเคราะห์อนุกรมเวลาเพื่อการหาความคล้ายของรูปร่าง และ ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการเพื่อหาเทคนิคการสร้างแบบจำลองลายกระหนกที่มีหลากลายรูปแบบ และ ยังคงความอ่อนช้อยสวยงาม คณะผู้วิจัยเริ่มจากการทดลองใช้สมการคณิตศาสตร์วาดองค์ประกอบย่อยแต่ละส่วนของลายกระหนก เช่น ส่วนกาบ ส่วนยอด ส่วนตัวกระหนก ฯลฯ จากนั้นคณะผู้วิจัยฯ จึงศึกษาการหาค่าความเหมาะสมของลวดลายที่สร้างขึ้นโดยเทียบอนุกรมเวลาของลวดลายที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นกับเส้นที่วาดโดยศิลปิน ในส่วนสุดท้าย คณะผู้วิจัยใช้ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการเพื่อสุ่มสร้างลายกระหนกรุ่นต่าง ๆ ที่มีหลายรูปแบบ และ ปรับปรุงลวดลายในแต่ละรุ่นให้มีค่าความเหมาะสมที่สูงขึ้น (ใกล้เคียงกับลายที่ศิลปินวาดมากขึ้น) จากผลการทดลองสร้างลายกระหนกโดยวิธีที่นำเสนอ คณะผู้วิจัยพบว่า เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างลวดลายไทยเบื้องต้นที่มีความหลากหลายได้ โดยงานวิจัยชิ้นนี้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อ เพื่อปรับปรุงให้ได้ลวดลายไทยแบบอื่น ที่มีสัดส่วนความอ่อนโค้งสวยงามมากยิ่งขึ้น
</summary>
<dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
