<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>รายงานการวิจัย (Research Reports)</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730</id>
<updated>2026-05-07T20:55:47Z</updated>
<dc:date>2026-05-07T20:55:47Z</dc:date>
<entry>
<title>การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางชีวเคมีของน้ำเชื้อปลากะพงขาวที่เก็บแช่เย็นและเก็บแช่แข็ง</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17757" rel="alternate"/>
<author>
<name>กล่าวขวัญ ศรีสุข</name>
</author>
<author>
<name>เอกรัฐ ศรีสุข</name>
</author>
<author>
<name>วีรพงษ์ วุฒิพันธ์ุชัย</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17757</id>
<updated>2026-05-07T02:13:41Z</updated>
<published>2552-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางชีวเคมีของน้ำเชื้อปลากะพงขาวที่เก็บแช่เย็นและเก็บแช่แข็ง
กล่าวขวัญ ศรีสุข; เอกรัฐ ศรีสุข; วีรพงษ์ วุฒิพันธ์ุชัย
ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) เป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย การแช่แข็งเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ต่อการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาว การแช่แข็งทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์สเปิร์ม เป็นผลให้การเคลื่อนที่ และการปฏิสนธิของสเปิร์มลดลง รวมทั้งเกิดความเสียหายกับเยื่อเซลล์ ความเสียหายต่อเยื่อเซลล์นี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของกรดไขมัน สเปิร์มที่ถูกแช่แข็งจะมีความไวต่อ reactive species (RS) และการเกิดลิพิดเปอร์อออกซิเดชันที่เยื่อเซลล์ ซึ่งจะทำให้หน้าที่ของสเปิร์มเสียไปในที่สุด ระบบเอนไซม์ต้านออกซิเดชันในน้ำหล่อเลี้ยงสเปิร์ม และสเปิร์ม ได้แก่ เอนไซม์ superoxide dismutase (SOD) catalase (CAT), และ glutathione peroxidase (GPx) ซึ่งทำให้เกิดการต้านการเกิดลิพิดเปอร์ออกซิเดชัน และช่วยรักษาการมีชีวิตรอดและการเคลื่อนที่ของสเปิร์ม หลังจากน้ำเชื้อปลากะพงขาวถูกเก็บแช่แข็ง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง พบว่ามีการเคลื่อนที่ลดลง ทำการศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบของกรดไขมันจากสเปิร์มของน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็ง โดยการแยกชนิดของลิพิดในลิพิดรวมด้วยเทคนิค 1silica gel column chromatography และวิเคราะห์องค์ประกอบของกรดไขมันในส่วนฟอสโฟลิพิดโดยเทคนิค Gas Chromatography พบว่ากรดไขมันอิ่มตัวหลักในสเปิร์มปลากะพง คือ palmitic acid (C16:0) ส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบมากคือ docosahexaenoic acid (DHA: C22:6m3) องค์ประกอบและปริมาณของกรดไขมันจากสเปิร์มของน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งมี palmitic acid เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05) แต่มี tricosanoic acid (C23:0), DHA (C22:6n3), docosapentacnoic acid (DHA; C22:5n6) และ elaidic acid (C18:1n9t) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P&lt;0.05) ส่งผลให้อัตราส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวต่อกรดไขมันอิ่มตัวหลังการแช่แข็งมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้กิจกรรมของเอนไซม์ SOD ในสเปิร์มของน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งมีค่าสูงขึ้นกว่าสเปร์มของน้ำเชื้อสดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่กิจกรรมของเอนไซม์ CAT และ GPx ของสเปิร์มจากน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ต้านออกซิเดชัน SOD อาจเกิดขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายจากการแช่เย็น
</summary>
<dc:date>2552-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดในพลาสมาของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ในสภาวะช็อก</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17755" rel="alternate"/>
<author>
<name>บุญรัตน์ ประทุมชาติ</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17755</id>
<updated>2026-05-06T04:32:15Z</updated>
<published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดในพลาสมาของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ในสภาวะช็อก
บุญรัตน์ ประทุมชาติ
การวิจัยการเปลี่ยนแปลงทางสรีระเคมีในเลือดของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ใน สภาวะช็อก ใช้กุ้งขาวจากบ่อเลี้ยงความยาวเฉลี่ย 11.3 + 1.2 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 10.8 + 1.5 กรัมเลี้ยงในน้้าความเค็ม 25 ppt ท้าการวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design :CRD) แบ่งออกเป็น 2 ชุดการทดลอง กุ้งที่ปกติและกุ้งสภาพช็อค (อาการตัวเกร็งงอ ล้าตัวมีสีขุ่นขาวบางส่วน) ท้าการทดลอง 5 ซ้ำ ศ้ำละ 30 ตัว แล้วจึงทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเลือดกุ้งระยะลอกคราบ D0 เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นโซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง คลอรีน ซัลเฟอร์ฟอสฟอรัส โปรตีน และออกซีฮีโมไซยานิน จากการทดลองพบว่าความเข้มข้นโซเดียม แคลเซียม แมงกานีส ทองแดง คลอรีน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโปรตีนในพลาสมาของกุ้งขาวสภาพก่อนช็อคและที่อยู่ในสภาพช็อคมีค่าไม่แตกต่างกัน (p&gt;0.05) ความเข้มข้นของแมกนีเซียม และออกซีฮีโมไซยานินมีค่าลดลง (p&lt;0.05) ขณะที่ความเข้มข้นโพแทสเซียมสูงขึ้น (p&lt;0.05) ในพลาสมาของกุ้งขาวสภาพช็อค
</summary>
<dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742" rel="alternate"/>
<author>
<name>นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742</id>
<updated>2026-04-13T12:04:23Z</updated>
<published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ทำการศึกษาอนุกรมวิธานของกุ้ง กั้ง และปู บริเวณชายฝั่งและแนวปะดารังของเกาะแรด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิการยน 2553 ถึงเดือนกันยายน 2556 จากการศึกษา พบตัวอย่างกุ้งและปูทั้งหมด 32 ชนิด ประกอบด้วยกุ้งที่อยู่ใน Infraorder Caridea ทั้งสิ้น 4 ชนิด ปูไม่แท้จริง (false crab) ที่อยู่ใน Infraorder Anomura ทั้งสิ้น 1 ชนิด และปูแท้จริง (true crab) ที่อยู่ใน infraorder Brachyura ทั้งสิ้น 27 ชนิด โดยตัวอย่างกุ้งทั้งหมดที่รวบรวมได้สามารถจำแนกได้เป็น 1 ครอบครัว 2 ครอบครัวย่อย 3 สกุล 4 ชนิด ได้แก่ Palaemon serrifer, Conchodytes blunguiculatus, Alpheus euphorosyne และ A.lpheus sp. ส่วนตัวอย่างปูไม่แท้จริง พบทั้งสิ้น 1 ครอบครัว 1 สกุล 1 ชนิด ได้แก่ Petrolisthes larmarckii และปูแท้จริงใน Infraorder Crachyura พบทั้งสิ้น 14 ครอบครัว 9 ครอบครัวย่อย 21 สกุล 27 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยครอบครัวต่าง ๆ ได้แก่ Dorippidae, Majidae, Portunidae, Eriphiidae, Oziidae, Eumedonidae, Trapeziidae, Xanthidae, Grapsidae, Searmidae, Plagusiidae, Varunidae, Ocypodidae และ Dotillisae ทั้งนี้ปูส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่ในครอบครัว Portunidae รองลงมาได้แก่ Xanthidae และ Grapsidae ตามลำดับ มีกุ้ง 1 ชนิด และปู 2 ชนิด ที่ถูกพบเป็นรายงานครั้งแรกในหมู่เกาะแสมสาร ได้แก่ Conchodytes biunguiculatus, Zebrida adamsii และ Liomera venasa ตามลำดับ
</summary>
<dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทย</title>
<link href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17696" rel="alternate"/>
<author>
<name>จันทร์จิรา พิลาแดง</name>
</author>
<id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17696</id>
<updated>2026-03-09T05:22:28Z</updated>
<published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทย
จันทร์จิรา พิลาแดง
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวแบบทางสถิติและตัวแบบการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี พร้อมทั้งศึกษาตัวแปรทำนายที่มีผลต่อจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี โดยใช้ข้อมูลรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2555 ถึงตุลาคม พ.ศ. 2567 รวมระยะเวลา 154 เดือน ตัวแปรที่นำมาวิเคราะห์ประกอบด้วยตัวแปรตาม นั่นคือ จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี และตัวแปรทำนาย 5 ตัวแปร ได้แก่ จำนวนเงินเอาประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยรับโดยตรง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย สัดส่วนเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนต่อ GDP และดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ตัวแบบที่นำมาใช้ในการศึกษาและเปรียบเทียบมีทั้งหมด 5 ตัวแบบ ได้แก่ ตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ตัวแบบการถดถอยเกาส์เซียนผกผัน ตัวแบบการถดถอยต้นไม้ตัดสินใจ ตัวแบบการถดถอยป่าสุ่ม และตัวแบบการถดถอยแบบเอ็กซ์จีบูสต์ ทั้งในรูปแบบ Tree Booster และ Linear Booster โดยใช้ค่าคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) และร้อยละของค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAPE) เป็นเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิภาพและความแม่นยำของตัวแบบ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ตัวแบบการถดถอยเอ็กซ์จีบูสต์ ในรูปแบบ Linear Booster ให้ผลการพยากรณ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านความแม่นยำและความสอดคล้องกับลักษณะข้อมูล ในขณะที่ตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณให้ผลใกล้เคียงกัน แต่มีข้อจำกัดด้านทฤษฎี นั่นคือ ปัญหาสหสัมพันธ์ในตัวของส่วนเหลือ ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตัวแบบ ส่วนตัวแบบการถดถอยเกาส์เซียนผกผันแม้จะสามารถพยากรณ์ข้อมูลชุดใหม่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ข้อมูลจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปีไม่ได้มีลักษณะสอดคล้องกับการแจกแจงแบบเกาส์เซียนผกผันอย่างแท้จริง ในทางกลับกัน ตัวแบบการถดถอยต้นไม้ตัดสินใจและตัวแบบการถดถอยป่าสุ่มมีประสิทธิภาพต่ำ โดยมีค่า RMSE และ MAPE สูงมากในข้อมูลชุดทดสอบ ซึ่งแสดงถึงปัญหา Overfitting ที่ตัวแบบสามารถทำนายข้อมูลชุดฝึกสอนได้แม่นยำ แต่ทำนายได้ไม่แม่นยำเมื่อเจอกับข้อมูลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อให้เกิดการพยากรณ์ที่ผิดพลาดนอกจากนี้ การศึกษาความสำคัญของตัวแปรทำนายจากตัวแบบที่เหมาะสม พบว่า สัดส่วนเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนต่อ GDP มีความสำคัญมากที่สุดและมีอิทธิพลในทิศทางตรงกันข้ามกับจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี ซึ่งหมายความว่า ยิ่งสัดส่วนเงินให้กู้ยืมของภาคครัวเรือนต่อ GDP สูงขึ้น จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปีก็จะลดลง รองลงมาคือ เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมีอิทธิพลในทิศทางเดียวกันกับจำนวนกรมธรรม์ ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคและจำนวนเงินเอาประกันมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญน้อยกว่า จากผลการศึกษานี้ สามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาระหนี้ครัวเรือน มีบทบาทสำคัญต่อจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการใช้จ่ายและการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตของครัวเรือน อันสามารถใช้เป็นแนวทางในการวางนโยบายและออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
</summary>
<dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
