กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17670| ชื่อเรื่อง: | ประสิทธิผลของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | The Effectiveness of Management in the Elderly Cash Allowance in Muang Municipalities, Muang District, Chon Buri Province |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | สุพจน์ บุญวิเศษ |
| คำสำคัญ: | เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บำนาญชราภาพ |
| วันที่เผยแพร่: | 2562 |
| สำนักพิมพ์: | คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา |
| บทคัดย่อ: | รายงานการวิจัยเรื่อง ประสิทธิผลของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านการจัดการเบี้ยผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 2) เพื่อศึกษาปัจจัยการดำเนินการจัดการเบี้ยผู้สูงอายุของเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยการดำเนินการที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการดำเนินงานด้านการจัดการเบี้ยผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี วิธีการวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้บริหาร ได้แก่ นายกเทศมนตรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเมือง ปลัดเทศบาล และรองปลัดเทศบาล และกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม และหัวหน้ากองสวัสดิการสังคม ในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี จำนวน 4 แห่ง คือ เทศบาลเมืองชลบุรี เทศบาลเมืองบ้านสวน เทศบาลเมืองแสนสุข และเทศบาลเมืองอ่างศิลา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาด้วยการหาความถี่และร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์ Pearson Correlation Coefficient ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พิจารณาจากระดับความคิดเห็นของบุคลากรในเขตเทศบาลเมือง ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย 3 อันดับแรก คือ ข้อ 7. ผู้ปฏิบัติงานมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุในท้องถิ่น รองลงมาคือ ข้อ 8. ผู้ปฏิบัติงานมีการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานด้านเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในท้องถิ่น และ ข้อ 1. ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในเขตพื้นที่ของหน่วยงานได้รับเบี้ยยังชีพ กับข้อ 9. ผู้บริหารมีการสนับสนุนให้เกิดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับการจัดการเบี้ยยังชีพในท้องถิ่น มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ตามลำดับ 2. ปัจจัยการดำเนินการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ด้านสภาพแวดล้อมในเทศบาลเมือง และด้านนโยบายการบริหารงานเบี้ยยงชีพผู้สูงอายุ ตามลำดับ 3. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการดำเนินการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พบว่า การปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบงานเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายการบริหารงานเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และสภาพแวดล้อมในเทศบาลเมือง มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาขนาดของความสัมพันธ์จากค่า r พบว่า การปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบงานเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในระดับค่อนข้างสูง (ค่า r = 0.735) และ นโยบายการบริหารงานเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับประสิทธิผลของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พบว่า มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในระดับปานกลาง (ค่า r = 0.527) และสภาพแวดล้อมในเทศบาลเมืองกับประสิทธิผลของการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พบว่า มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในระดับปานกลาง (ค่า r = 0.451) |
| URI: | https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17670 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | รายงานการวิจัย (Research Reports) |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| 2569-521.pdf | 822.05 kB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น