กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17610
ชื่อเรื่อง: ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ปกครองต่อการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย
ชื่อเรื่องอื่นๆ: Knowledge attitude and practice of parents to preschool children health care
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: จักรพันธุ์ ศิริบริรักษ์
ปราการ ทัตติยกุล
คำสำคัญ: ความรู้
ทัศนคติ
พฤติกรรม
เด็กปฐมวัย
ผู้ปกครอง
วันที่เผยแพร่: 2567
สำนักพิมพ์: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: บทนำ: ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการหล่อหลอมคุณลักษณะที่ดีให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีที่มีคุณภาพ ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการดูแลแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีของ ผู้ปกครองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง วัตถุประสงค์: 1.)เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ปกครองต่อการดูแลแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย 2.)เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ปกครองต่อการดูแลแลและพัฒนา เด็กปฐมวัย วิธีการศึกษา: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากแบบสอบถามที่สำรวจไว้แล้ว ซึ่งเป็นแบบสอบถาม ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลเด็กปฐมวัยโดยลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้ปกครอง ของเด็กปฐมวัยในตำบล กุฎโง้ง อำเภอ พนัสนิคม จังหวัด ชลบุรี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมหาวิทยาลัยสู่ ตำบล (U2T) ตำบลกฎโง้ง แบบสอบถามที่ใช้ผ่านการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1.) ตรวจสอบควาบความ เที่ยงตรงตามเนื้อหา (content validity) ค่า Index of Item-Objective Congruence (IOC) มาnnin 0.6 2.) ตรวจสอบค่าความเชื่อมันนำแบบสอบถามไปทดสอบ (tryout) กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน วิเคราะห์ หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ้า (Coefficient Alpha) ค่า & มากกว่า 0.7 ผลการศึกษา: มีกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามทั้งหมด 210 คน (จาก 210 ครอบครัว) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีความรู้ในระดับน้อย มีทัศนคติในระดับสูง และมีพฤติกรรมในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 43.3.3, 67.1 และ 60.3 ของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดตามลำดับ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ได้แก่ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวและความถี่ในการฝากบุตรหลานที่สถานเลี้ยงเด็ก ส่วนปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์ต่อค่าเฉลี่ยคะแนนทัศนคติ ได้แก่ สถานภาพการทำงาน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัว ความถี่ในการฝากบุตรหลานที่สถานเลี้ยงเด็ก และพื้นอารมณ์เด็ก กลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของ ครอบครัวต่ำกว่า 10,000 บาทมีโอกาสที่จะมีระดับความรู้น้อยและพฤติกรรมในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่ม รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวมากกว่า 20,000 บาท ค่า Odd ratio (OR) 4.78 (95% CI 2.18-10.48) และ 5.14 (95%CI 1.48-17.83) ตามลำดับ สรุป: ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความรู้ในระดับน้อย มีพฤติกรรมในระดับสูง และมีทัศนคติในระดับสูงต่อการดูแล เด็กปฐมวัย โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวที่ต่ำกว่า 10,000 บาทเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการมีระดับ ความรู้น้อยและมีพฤติกรรมในระดับต่ำ
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17610
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2569-306.pdf1.75 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น