กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17588| ชื่อเรื่อง: | ความชุกของการมีภาวะเส้นเลือดดำผิดปกติในผู้ป่วยเส้นเลือดฝอยขอดระยะแรกชาวไทย |
| ชื่อเรื่องอื่นๆ: | Prevalence of lower limb venous abnormalities in chronic venous disease (CEAP 1) Thai patients |
| ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: | ตระการ ไชยวาณิช ศรสุภา ลิ้มเจริญ ธัญชนก นันทนาทรัพย์ ศรวัส เกตุแก้วมณี |
| คำสำคัญ: | เส้นเลือดขอด หลอดเลือดดำ - - โรค |
| วันที่เผยแพร่: | 2566 |
| สำนักพิมพ์: | คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา |
| บทคัดย่อ: | วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือศึกษาความชุกของความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ขาในผู้ป่วย CEAP 1 และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความผิดปกติของหลอดเลือดดำกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือด รวมถึงลักษณะพื้นฐานของผู้ป่วย วัสดุและวิธีการ: เก็บข้อมูลจากผู้ป่วยที่มีโรคเส้นเลือดฝอยขอดระยะแรกของขา ซึ่งจัดอยู่ในระดับ CEAP 1 และเข้ารับการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ดอปเปลอร์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาระหว่างเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนพฤษภาคม 2566 โดยเก็บข้อมูลประชากร เช่น อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง และโรคร่วมที่ไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง รวมถึงชั่วโมงการยืนต่อวันและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือด ผลลัพธ์: มีผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 94 คน โดยมีอายุเฉลี่ย 44.9 ปี (±13.4 SD) โดย 88 คน (93.6%) เป็นเพศหญิง ผู้เข้าร่วม 11 คนมีขาที่มีอาการเพียงข้างเดียว ส่งผลให้มีการประเมินขารวมทั้งสิ้น 177 ข้าง พบเลือดไหลทิศทางย้อนกลับในผู้เข้าร่วม 25 คน (26.6%) ซึ่งแบ่งเป็น 2 คน (2.1%) ในหลอดเลือดดำลึก, 11 คน (11.7%) ในหลอดเลือดดำตื้น, 8 คน (8.5%) ใน perforators และ 4 คน (4.3%) ในทั้งหลอดเลือดดำตื้นและ perforators ในจำนวนขาทั้งหมด 177 ขา พบเลือดไหลทิศทางย้อนกลับใน 25 ขา (14.1%) โดยแบ่งเป็น 2 ขา (1.1%) ในหลอดเลือดดำลึก, 11 ขา (6.2%) ในหลอดเลือดด าตื้น, 8 ขา (4.5%) ใน perforators และ 4 ขา (2.3%) ในทั้ง great saphenous vein (GSV) และ perforators ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ perforator ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1.8 มม. มีความสัมพันธ์กับเลือดไหลทิศทางย้อนกลับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.017) ขณะที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ GSV อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย (BMI) โรคไม่ติดต่อ (NCDs) และพฤติกรรมการยืนเป็นเวลานานในแต่ละวันไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับเลือดไหลทิศทางย้อนกลับ นอกจากนี้ ไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดตันหรือความผิดปกติของหลอดเลือดดำซาฟีนัสสั้นในงานวิจัยนี้ สรุป: พบความผิดปกติของหลอดเลือดดำใน 26.6% ของผู้ป่วย CEAP 1 ซึ่งทั้งหมดเป็นเลือดไหลทิศทางย้อนกลับ โดยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในหลอดเลือดด าตื้นและ/หรือ perforators ไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดตันหรือความผิดปกติของหลอดเลือดดำซาฟีนัสสั้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ perforator ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1.8 มม. มีความสัมพันธ์กับเลือดไหลทิศทางย้อนกลับอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p = 0.017) ขณะที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ GSV อายุ เพศ BMI โรคไม่ติดต่อ และพฤติกรรมการยืนเป็นเวลานานในแต่ละวันไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับเลือดไหลทิศทางย้อนกลับ |
| URI: | https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17588 |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | รายงานการวิจัย (Research Reports) |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| 2569-332.pdf | 1.44 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น