<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4729">
    <title>DSpace Community: สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4729</link>
    <description>สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17765" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17762" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-05-27T20:18:34Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783">
    <title>การศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนมของเชื้อ Bacillus sp. ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ที่คัดแยกจากดินป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783</link>
    <description>Title: การศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนมของเชื้อ Bacillus sp. ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ที่คัดแยกจากดินป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี
Authors: อลิสา เทียมสกุล; รวิวรรณ วัฒนดิลก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนม (draft genome) ของเชื้อกลุ่ม Bacillus sp. ที่คัดแยกจากดินตะกอนป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี และระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค 3 ชนิด ได้แก่ Escherichia coli, Staphylococcus aureus, และ Candida albicans รวมถึงศึกษาองค์ประกอบเบื้องต้นของสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ จากการคัดแยกเชื้อกลุ่ม Bacillus จำนวน 14 ไอโซเลท พบว่าสารสกัดหยาบของเชื้อจากไอโซเลท A1-3 มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อก่อโรคทั้งสามชนิด เมื่อประเมินค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้ง (MIC) และค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการฆ่าเชื้อ (MBC) ด้วยวิธีวิธีเจือจางในอาหารเลี้ยงเชื้อเหลวแบบไมโคร พบว่าสารสกัดจากเชื้อ A1-3 มีฤทธิ์ยับยั้งต่อ C. albicans โดยมีค่า MIC และ MBC เท่ากับ 50,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ส่วนเชื้อ E. coli และ S. aureus มีค่า MIC และ MBC มากกว่า 50,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร การระบุสายพันธุ์ด้วยการวิเคราะห์ลำดับเบส 16S rRNA แสดงให้เห็นว่าเชื้อ A1-3 มีความใกล้เคียงกับ Halobacillus mangrovi 99.52% และเมื่อทำการวิเคราะห์แผนภูมิต้นไม้ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเชื้อ H. mangrovi โดยมีค่าความเชื่อมั่น (bootstrap value) 97% กับเชื้อ H. mangrovi อีกทั้งยังสอดคล้องกับการวิเคราะห์ draft genome ที่บ่งชี้ความเหมือนของสายพันธุ์ (Homologous species) ด้วยโปรแกรม Nr Annotation พบว่าเชื้อ A1-3 มีลำดับโปรตีนที่เหมือนกับ H. mangrovi 86.29% นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์จีโนมด้วยโปรแกรม antiSMASH พบว่าจีโนมของเชื้อ H. mangrovi มีกลุ่มยีนที่สามารถสังเคราะห์สารทุติยภูมิ กลุ่ม Terpene บริเวณ Region 1.4 โดยมีลำดับยีนและโครงสร้างที่เหมือนกับลำดับยีนของเชื้อ Halobacillus halophilus DSM 2266 ในฐานข้อมูล BGCs (MIBiG accession number: BGC0000645) ที่มีค่า % similarity เท่ากับ 100% การค้นพบกลุ่มยีนสังเคราะห์สารกลุ่ม Terpene นี้สนับสนุนผลการทดลององค์ประกอบเบื้องต้นของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคทั้งสามชนิดด้วยวิธี TLC-Bioautography ซึ่งตำแหน่งของสารที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์เมื่อตรวจสอบด้วย anisaldehyde-sulfuric acid แสดงว่าเป็นสารกลุ่ม terpene หรือ terpenoid ข้อมูล draft genome ของเชื้อ H. mangrovi ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อก่อโรคทั้งสามชนิดนี้สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลระดับยีน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติโดยใช้องค์ความรู้ด้านพันธุวิศวกรรม ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อดื้อยาในปัจจุบัน</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782">
    <title>การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณ ท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2567-2570)</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782</link>
    <description>Title: การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณ ท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2567-2570)
Authors: สุชา มั่นคงสมบูรณ์
Abstract: การศึกษาชนิดและความหลากหลายของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่และทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณพื้นที่ท่าเทียบเรือของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดยดำเนินการสำรวจจำนวน 6 ครั้ง ระหว่างปี 2567–2568 ครอบคลุมพื้นที่หาดหิน หาดทราย ท่าเทียบเรือ และพื้นทะเลนอกชายฝั่ง ผลการสำรวจพบสัตว์ทะเลทั้งหมด 165 ชนิด โดยสามารถจำแนกและยืนยันชนิดได้อย่างน้อย 159 ชนิด กลุ่มที่มีความหลากหลายสูงสุด ได้แก่ ปลา จำนวน 55 ชนิด รองลงมาคือสัตว์ในกลุ่มหอย จำนวน 37 ชนิด กลุ่มกุ้ง กั้ง ปู จำนวน 32 ชนิด และไส้เดือนทะเลจำนวน 26 ชนิด และจากการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อนบริเวณท่าเทียบเรือ พบสัตว์น้ำวัยอ่อนที่จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ปลากะสาก ปลาทู ปลากะมง ตลอดจนลูกกุ้งและลูกปู สะท้อนถึงบทบาทของพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสามารถใช้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบชนิดพันธุ์ที่ไม่เคยมีรายงานในอ่าวไทยตอนใน (Inner Gulf of Thailand) ได้แก่ ปลิงสร้อยไข่มุก (Protankyra pseudodigitata) รวมถึงกุ้งดีดขันในสกุล Potamalpheops ซึ่งไม่เคยรายงานในประเทศไทย และอยู่ระหว่างการยืนยันชนิดโดยผู้เชี่ยวชาญ&#xD;
การประเมินสถานภาพตาม IUCN Red List พบว่ามีชนิดพันธุ์ที่ใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened) ได้แก่ ปลากระเบนหัวแหลม และชนิดพันธุ์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาม้าน้ำดำ ผลการศึกษานี้สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำความจำเป็นของการจัดทำแผนบริหารจัดการ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และสนับสนุนโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจในอนาคต</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17765">
    <title>การสะสมสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนในสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และดินตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17765</link>
    <description>Title: การสะสมสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนในสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และดินตะกอนบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย
Authors: ไพฑูรย์ มกกงไผ่; ปิยะวรรณ ศรีวิลาศ; พิชาญ สว่างวงศ์; กานต์พิชชา ใจดี
Description: ภายใต้แผนงานวิจัย เรื่อง การใช้ตัวชี้วัดชีวภาพในการประเมินทรัพยากรสิ่งมีชีวิตแนวช่ายฝั่งของจังหวัดชลบุรี.</description>
    <dc:date>2550-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17762">
    <title>การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสร้างสารแอนติไบโอติกจากราที่เป็นเอ็นโดไฟท์และแอคติโนมัยซีทบริเวณรากพืชป่าชายเลน</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17762</link>
    <description>Title: การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสร้างสารแอนติไบโอติกจากราที่เป็นเอ็นโดไฟท์และแอคติโนมัยซีทบริเวณรากพืชป่าชายเลน
Authors: รัตนาภรณ์ ศรีวิบูลย์; อภิรดี ปิลันธนภาคย์
Abstract: จากการคัดเลือกแอคติโนมัยซีนที่สามารถสร้างสารรงควัตถุสีแดง จำนวน 7 ไอโซเลต นำมาเลี้ยงด้วยอาหารต่าง ๆ กันคือ อาหาร ISP2 อาหาร Soybean meal อาหาร Oatmeal อาหาร ISP2+ น้ำมันงา และ อาหาร ISP+2 น้ำมันปลา และตรวจสอบการสร้างรงควัตถุและฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ในขณะเดียวกันพบว่าอาหาร ISP2 ที่ไม่เติมอาหารธรรมชาติอื่น ๆ ให้ผลการสร้างสารรงควัตถุและให้ฤทธิ์ยับยั้งที่ดีกว่า และเลือกแอคติโนมัยซีทที่สามารถสร้างสารรงควัตถุที่สร้างรงควัตถุสีแดง หรือ แดงคล้ำ มาเลี้ยงในอาหาร ISP2 เพื่อสกัดสารรงควัตถุให้ได้ปริมาณมาก พบว่าแอคติโนมัยซีท 54-4 เมื่อเลี้ยงด้วยอาหาร ISP2 สามารถสร้างรงควัตถุสีแดง ได้ปริมาณ 0.15 0 กรัม/ อาหาร 1 ลิตร จากการสกัดด้วย Ethyl acetate เมื่อนำสารสกัดหยาบของแอคติโนมัยซีท 54-4 มาทำให้บริสุทธิ์บางส่วน ด้วยคอลัมน์โครมาโทรกราฟี พบว่ามีสารสีแดง สีส้ม และสีชมพู จำนวนมากไม่ต่ำกว่า 40 ชนิด แต่ไม่พบว่าแอคติโนมัยซีท 54-4 สร้างสารโพรดิจิโอชิน แต่อาจสร้างสารที่คล้ายโพรดิจิโอชินหลายชนิด สารสกัดหยาบของ แอดคิโนมัยซีท A16-1 ให้สารรงควัตถุสีแดงจำนวนมากเช่นกัน และมี spectrum peak ที่ใกล้เคียงกัน คือ A16-1 ให้ spectrum peak สูงสุดที่ 480 nm ในขณะที่สารจาก แอคติโนมัยซีท 54-4 ให้ spectrum peak สูงสุดที่ 520 nm และ 560 ผลจากการตรวจสอบสารที่ทำให้บริสุทธิ์บางส่วนของแอคติโนมัยซีท 54-4 ด้วย HPLC พบว่าสารใน traction ที่ 8-15 พบว่ามี peak ที่ชัดเจนอยู่2 peak ที่ค่า Rt ที่ 23 และ Rt ที่ 27 นาที และที่ Rt 23 นาทีจะพบ 2 peaks ระหว่าง 220-270 nm และพบ 3 peaks อยู่ระหว่าง 450-550 nm ซึ่ง peaks เหล่านี้คล้ายคลึงกับ peak ที่พบในสารสกัดหยาบ ส่วนแอคติโนมัยซีท A1-3 และ A3-3 ให้สารสีแดงม่วงน้ำตาล และสีม่วงน้ำเงิน ตามลำดับ และสารสกัดหยาบของแอคติโนมัยซีท 54-5 ไม่ให้ฤทธิ์ยับยั้งต่อเซลล์มะเร็งช่องปาก (KB) สารสกัดหยาบจากเชื้อทุกตัวให้ฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ แต่เฉพาะแอคติโนมัยซีท 54-4 และ A16-1 ให้ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย โดยแอคติโนมัยซีท 54-4 ยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก มีค่า IC =8.50 ug/ml ส่วนสารจาก A16-1ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม มีค่า IC50 = 1.72, 1.56, 3.10 และ 2.61 ug/ml ใน fraction ที่ 5,6,7-8 และ 9-12 ตามลำดับซึ่งนับว่าออกฤทธิ์แรงมากกว่า doxorubicine ซึ่งเป็นยารักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน นอกจากนี้ สารสกัดหยาบของแอคติโนมัยซีททั้ง 54-4 และ A16-1 สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยเช่นกัน จากการหาลำดับเบสของ 16S rDNA ยีน พบว่าแอคติโนมัยซีททั้ง 2 ชนิดเป็นแอคติโนมัยซีทในจีนัส Streptomyces ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นสปีชีส์ใหม่</description>
    <dc:date>2554-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

