กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17776ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
| ฟิลด์ DC | ค่า | ภาษา |
|---|---|---|
| dc.contributor.author | ญาธิดา บุญญา | - |
| dc.date.accessioned | 2026-05-19T08:07:24Z | - |
| dc.date.available | 2026-05-19T08:07:24Z | - |
| dc.date.issued | 2568 | - |
| dc.identifier.uri | https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17776 | - |
| dc.description.abstract | วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับสถานภาพของหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และเพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักสูตรฯ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักสูตรที่นำมาศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ใช้งานบัณฑิต องค์ประกอบหลักสูตรที่นำมาศึกษาเป็นของสิทธิพล อาจอินทร์ (2564) ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหา แนวทางการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนการสอน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึกกับผู้ให้ข้อมูล 32 คน ได้แก่ ศิษย์เก่า จำนวน 11 คน ศิษย์ปัจจุบัน จำนวน 11 คน และผู้ใช้งานบัณฑิต จำนวน 10 คน เก็บข้อมูลกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. 2567 ผลการวิจัยเกี่ยวกับประเด็นการรับรู้สถานภาพของหลักสูตรฯ พบว่า กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เป็นศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่รับรู้และมีความพึงพอใจสถานภาพของหลักสูตรฯ ในปัจจุบันตามองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ขณะที่ผู้ใช้งานบัณฑิตได้ประเมินสมรรถนะของมหาบัณฑิตหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ไว้ว่า จุดเด่นของมหาบัณฑิตในหลักสูตรฯ คือ มีความรู้ด้านการสื่อสารแบรนด์ มีทักษะการสื่อสาร สามารถนำความรู้มาใช้ในการทำงานพัฒนาแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ นำเสนองานได้ดี ปรับตัวเก่ง มีทักษะการวางแผนเป็นระบบ และพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สิ่งที่ควรพัฒนา คือ มหาบัณฑิตอาจต้องนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานและทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร เรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสื่อสารใหม่ ๆ และฝึกฝนความสามารถเฉพาะด้าน ผลการวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเปรียบเทียบความต้องการของหลักสูตรฯ พบว่า แม้ว่าทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันจะมีความพึงพอใจในหลักสูตรฯ ปัจจุบัน แต่ยังมีความต้องการคล้ายคลึงกัน คือ ยังคงต้องการ ให้หลักสูตรฯ จัดการเรียนการสอนให้ความรู้ในด้านการสร้างและสื่อสารแบรนด์และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการทำงานด้านสื่อสารแบรนด์หรือสร้างแบรนด์ของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจ คือ ทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันมีความตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคดิจิทัล และมีความต้องการให้หลักสูตรฯ ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ เพิ่มเครือข่าย และอัพเดทความรู้ใหม่ ๆ ให้โดยเฉพาะการตลาดดิจิทัล การใช้สื่อออนไลน์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ มีความต้องการฝึกปฏิบัติจริงมากกว่าเรียนทฤษฎีและต้องการให้จัดทัศนศึกษาหรือลงพื้นที่ไปปฏิบัติการกับผู้ประกอบการจริง นอกจากนี้ มีความต้องการให้ปรับปรุงห้องเรียนและอุปกรณ์เทคโนโลยีให้มีความพร้อมเพื่อรองรับการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ ๆ ขณะที่ความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตนั้น นอกจากความรู้ตามเนื้อหาหลักสูตรฯ แล้ว ยังต้องการให้หลักสูตรฯ เพิ่มทักษะให้กับมหาบัณฑิตในด้านทักษะที่ใช้ในการทำงานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อช่วยในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสังคมดิจิทัล และทักษะการเข้าสังคมการทำงานในองค์กรและความฉลาดทางอารมณ์ " | th_TH |
| dc.description.sponsorship | โครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้มหาวิทยาลัย เงินรายได้ส่วนงาน มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 | th_TH |
| dc.language.iso | th | th_TH |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยบูรพา. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | th_TH |
| dc.subject | นิเทศศาสตร์ - - หลักสูตร | th_TH |
| dc.subject | ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | th_TH |
| dc.subject | การสื่อสารทางการตลาด | th_TH |
| dc.title | ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา | th_TH |
| dc.title.alternative | Stakeholders’ Needs of Communication Arts Master Program in Brand Communication, Department of Communication Arts, Faculty of Humanities and Social Sciences, Burapha University | th_TH |
| dc.type | Research | th_TH |
| dc.year | 2568 | th_TH |
| dc.description.abstractalternative | The objectives of this study were to examine stakeholders’ perceptions regarding the status of the Master of Communication Arts in Brand Communication program at the Department of Communication Arts, Faculty of Humanities and Social Sciences, Burapha University, and to analyze and compare stakeholders’ needs concerning the program. The stakeholders investigated in this study consisted of alumni, current students, and employers of graduates. The curricular components applied in this research, adapted from Sitthiphon Aod-in (2021), comprised four aspects: program objectives, content, instructional approaches, and learning assessment. This qualitative study employed in-depth interviews with 32 informants, including 11 alumni, 11 current students, and 10 employers. Data were collected between June and September 2024. The findings revealed that both alumni and current students generally perceived and expressed satisfaction with the program’s current status across all four curricular components. Employers assessed the graduates’ competencies as follows: they demonstrated knowledge of brand communication, possessed strong communication skills, applied knowledge creatively in brand development, delivered effective presentations, showed adaptability, engaged in systematic planning, and exhibited readiness for lifelong learning and self-development. Areas identified for improvement included applying knowledge to organizational contexts, acquiring proficiency in emerging communication technologies, and enhancing specialized expertise. The analysis of stakeholders’ needs indicated that, although alumni and current students were satisfied with the existing curriculum, they shared similar expectations. Specifically, they emphasized the need for the curriculum to further strengthen knowledge in brand creation, brand communication, and entrepreneurship to support career development in brand communication or personal brand establishment. Notably, both groups expressed strong awareness of transformations in digital communication technologies, highlighting the importance of the program in broadening perspectives, expanding networks, and updating knowledge, particularly in digital marketing, online media, and artificial intelligence. They also expressed a preference for more practical training rather | th_TH |
| ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | รายงานการวิจัย (Research Reports) | |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
| แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
|---|---|---|---|---|
| 2569-256.pdf | 1.77 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น