<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/5110</link>
    <description />
    <pubDate>Tue, 19 May 2026 07:14:19 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-05-19T07:14:19Z</dc:date>
    <item>
      <title>การพัฒนาชุดการสอนแบบ Active Learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสาธิต</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17766</link>
      <description>Title: การพัฒนาชุดการสอนแบบ Active Learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสาธิต
Authors: ภัทราดา เอี่ยมบุญญฤทธิ์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาชุดการสอนแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการสอนแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการสอนการอ่านจับใจความแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3..โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มตัวอย่างเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดการสอน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 42 คน และ 2) กลุ่มตัวอย่างเพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลและความพึงพอใจจากการใช้ชุดการสอน ได้มาการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มจำนวน 1 ห้องเรียน จาก 3 ห้องเรียน จำนวน 29 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีประสิทธิผล ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.52/82.55 2) ชุดการสอนแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่าค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ .69 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการสอนการอ่านจับใจความแบบ Active learning โดยใช้เทคนิค SQ3R อยู่ในระดับมากที่สุด</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17766</guid>
      <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ"</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17710</link>
      <description>Title: การพัฒนาระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ"
Authors: กวิน กลิ่นกุหลาบทอง
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” 2) เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" และ 3) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศงานวิจัย โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย จำนวน 3 คน และผู้ใช้งานซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความสนใจในการใช้บริการระบบสารสนเทศงานวิจัยที่ได้พัฒนาขึ้น จำนวน 115 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 2) ระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และ 3) แบบประเมินประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ภาษาพีเอชพี (PHP) และระบบจัดการฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล (MySQL) มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ ส่วนการเก็บข้อมูลของระบบควรแบ่งเป็นข้อมูลของผู้วิจัย และข้อมูลของผลงานวิจัย 2) ผลการวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบสารสนเทศ ผู้วิจัยได้พัฒนาระบบโดยใช้ภาษาพีเอชพี (PHP) ร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบ Model View Controller (MVC) มาพัฒนาระบบสารสนเทศ และนำระบบจัดการฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล (MySQL) มาใช้ในการจัดการข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยได้ตั้งชื่อระบบสารสนเทศนี้ว่า ระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” โดยสามารถเข้าถึงได้ที่ https://research.st.buu.ac.th 3) ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” ใน 3 ด้าน คือ 1) ด้านการนำข้อมูลเข้า (Input) 2) ด้านกระบวนการทำงาน (Process) และ 3) ด้านการแสดงผลข้อมูล (Output) มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.29 4) ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศโดยผู้ใช้งานซึ่งเป็นบุคลากรของโรงเรียนพบว่า ระบบสารสนเทศงานวิจัยโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” ใน 3 ด้าน คือ 1) ด้านเนื้อหา) 2) ด้านการออกแบบ) และ 3) ด้านการนำไปใช้ มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.54</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17710</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฎการณ์เป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17695</link>
      <description>Title: ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฎการณ์เป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
Authors: ศุภชัย สมนวล
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดแก้ปัญหา และเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานกับกลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา  จ.ชลบุรี จำนวน 2 ห้องเรียนๆ ละ 35 คน รวม 70 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการแก้ปัญหา และแบบวัดเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดแก้ปัญหา และเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานกับกลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้แบบปกติ โดยรวมมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดแก้ปัญหา และเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนของกลุ่มที่เรียนโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานมีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดแก้ปัญหา และเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้แบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Description: โครงการวิจัยประเภทงบประงานเงินรายได้ กองทุนเพื่อการวิจัย โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17695</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การทดสอบความถนัดทั้ง ๗ (พหุปัญญา)เพื่อเลือกแผนการเรียนระดับ ม.๔</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3825</link>
      <description>Title: การทดสอบความถนัดทั้ง ๗ (พหุปัญญา)เพื่อเลือกแผนการเรียนระดับ ม.๔
Authors: พัชรา มานะศิลป์
Abstract: โครงงานทางการวิจัยในฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายในการนาทฤษฎีพหุปัญญา โดยการนำแบบทดสอบความถนัดทั้ง 7 ด้าน ของ ศาสตราจารย์โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ มาทดสอบนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” จากนั้นนำผลการทดสอบที่ได้ไปประมวลผลหาค่าเฉลี่ยของแต่ละห้อง และค่าเฉลี่ยรวมในลำดับถัดไปว่านักเรียนมีปัญญาหรือความถนัดด้านใดสูงที่สุด งานวิจัยนี้ยังต้องการให้นักเรียนนำผลการทดสอบที่ได้ไปเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกสายการเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ส่วนนักวิจัยจะนำผลค่าเฉลี่ยรวมทั้งโรงเรียนมาเป็นสถิติเก็บไว้ใช้ในโอกาสต่อไป</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2561 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3825</guid>
      <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

