<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4747</link>
    <description />
    <pubDate>Sat, 04 Apr 2026 19:06:00 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-04T19:06:00Z</dc:date>
    <item>
      <title>Anti the piracy on the international law of the sea</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3367</link>
      <description>Title: Anti the piracy on the international law of the sea
Authors: Kaweepol Sawangpaew; Sujitra Jai-ue
Abstract: The voluminous legal literature on regional law of the sea has concentrated mostly around the world but will specific about Somalia,  Straits of Malacca And south Asia sea with cursory about history,  how to rob,  protection measures.  If any treatment of the problems in other regions However,  after the signing of the International on The Law of The Seas 1982 Convention lf any treatment of the problems in other regions.  However,  after the signing of the 1982 Law of the sea Convention,  which is intended to be a universal treaty,  time is ripe for the consideration of variousaspects of the application of the provisions for the Convention to all privateer regions The issue of piracy will be dealt with in this artical.  The countries covered are Somalia,  Straits of Malacca And South Asia sea.  Notwithstanding.  relevant extra-regional implications or will be taken into account where appropriate to apply aspects for the pirate solution.</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2559 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3367</guid>
      <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การประยุกต์ทฤษฎีความคาดหวังและการรับรู้ของลูกค้า (Gap analysis) กับการสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการของท่าเรือกรุงเทพฯ</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/2539</link>
      <description>Title: การประยุกต์ทฤษฎีความคาดหวังและการรับรู้ของลูกค้า (Gap analysis) กับการสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการของท่าเรือกรุงเทพฯ
Authors: ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์
Abstract: ท่าเรือจัดว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีบทบาทที่สำคัญสำหรับธุรกิจการนำเข้า-ส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ขณะที่ความสำคัญในการพัฒนาท่าเรือของไทยให้เป็นท่าเรือศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของธุรกิจ อุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการส่งออกเป็นภารกิจที่สำคัญของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะท่าเรือจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในทุก ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสำรวจคุณภาพในการให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในอันที่จะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการ&#xD;
	การศึกษาคุณภาพในการให้บริการครั้งนี้เริ่มสำรวจในปี 2548 ได้มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ พฤติกรรมผู้บริโภคและทฤษฏีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยได้มีการประยุกต์ใช้ทฤษฏี GAP analysis ( Zeithaml &amp; Bitner, 1996) และโมเดล Performance-Importance Analysis  (Maritilla &amp; James, 1997) เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของท่าเรือกรณีศึกษา โดยสำรวจผู้ใช้บริการด้านเรือ (บริษัทสายการเดินเรือและบริษัทตัวแทนเรือ) จำนวน 96 บริษัทและผู้ใช้บริการด้านสินค้า ( บริษัทผู้นำเข้า-ส่งออกและบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้า) จำนวน 240 บริษัท มีอัตราการตอบกลับคิดเป็น 90.7 เปอร์เซ็นต์ ผลการสำรวจได้ถูกนำมาประมวลผลและการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรม SPSS ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพ&#xD;
	ผลการสำรวจพบว่า ผู้ใช้บริการด้านเรือและผู้ใช้บริการด้านสินค้ามีความพึงพอใจต่อการให้บริการของท่าเรือกรณีศึกษาเกินกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ยังต่ำกว่าความคาดหวังที่ผู้ใช้บริการคาดหวังไว้มาก เท่ากับ 3.06 ขณะที่ผู้ใช้บริการด้านสินค้ารู้สึกพึงพอใจบริการที่ได้รับจากท่าเรือกรณีศึกษาเท่ากับ 3.07 และเมื่อนำเอาระดับความพึงพอใจที่ได้รับ มาทำการหาค่าเฉลี่ยโดยใช้การถ่วงน้ำหนักของจำนวนแบบสอบถามที่ตอบกลับในแต่ละกลุ่มตัวอย่างพบว่า ผู้ใช้บริการทั้งด้านเรือและผู้ใช้บริการด้านสินค้ามีระดับความพึงพอใจต่อการให้บริการโดยรวมของท่าเรือกรุงเทพ เท่ากับ 3.07 ที่การศึกษาครั้งนี้ยังได้ทำการสำรวจแลวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อกิจกรรมการให้บริการด้านต่าง ๆ รวมทั้งยังได้จัดข้อเสนอแนะเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องสามารถนำผลการศึกษาดังกล่าวไปพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการบริการเพื่อยกระดับท่าเรือกรณีศึกษาให้กลายเป็นท่าเรือระดับโลกในอนาคต</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2553 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/2539</guid>
      <dc:date>2553-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนข้อตกลงการขนส่งสินค้าระหว่างรูปแบบ CIP (Incoterms 2000) กับรูปแบบ DDP (Incoterms 2010) กรณีศึกษา บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/2317</link>
      <description>Title: การศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนข้อตกลงการขนส่งสินค้าระหว่างรูปแบบ CIP (Incoterms 2000) กับรูปแบบ DDP (Incoterms 2010) กรณีศึกษา บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
Authors: กวีพล สว่างแผ้ว
Abstract: งานวิจัยนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อ ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนข้อตกลงการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ระหว่างรูปแบบ CIP (Incoterms 2000) กับรูปแบบ DDT (Incoterms 2010) โดยใชตัวอย่างกรณีศึกษา คือ บริษัทแอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ ถึงลักษณะรูปแบบ ข้อดีข้อเสีย ความสำคัญ และปัจจัยในด้านต่างๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนรูปแบบข้อตกลงการขนส่งระหว่างประเทศ &#xD;
	บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชี่นทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนดลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ และรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างครบวงจร รวมถึงการจัดหาสินค้า จนไปถึงสัญญาการให้บริการของทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน และทางบริษัทได้มีการนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การเลือกรูปแบบการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจนี้ ดังนั้นทางกลุ่มผู้วิจัย จึงต้องการศึกษาเกี่ยวกับการเลือกรูปแบบและความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนรูปแบบรูปแบบข้อตกลงการขนส่งระหว่างประเทศนี้ ว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหน และมีปัจจัยใดบ้างที่มีผลกระทบ ซึ่งทางบริษัทและผู้ที่สนใจในงานวิจัยนี้ สามารถนำผลลัพธ์ที่ได้จากการวิจัย ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเลือกข้อกำหนดการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศได้&#xD;
	ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาโดยอาศัยระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพโดยศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์และหนังสือจากหอสมุดตามสถานศึกษาต่างๆ และได้มีการสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกกับเลขานุการ ของบริษัทแอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งจากากรศึกษาพบว่า โดยภาพรวมแล้วในมุมุมองของผู้นำเข้า ข้อตกลงการส่งมอบสินค้าระหว่งาประเทศในรูปแบบ DDP (Incoterments 2010) นั้นจะสร้างความได้เปรียบมากกว่ารูปแบบ CIP (Incoterms 2000) และผลการจากวิเคราะห์ในด้านความเป็นไปได้นั้น พบว่าบริษัทมีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนการส่งมอบสินค้า ระหว่างประเทศจากรูปแบบ CIP (Incoterms 2000) มาเป็นรูปแบบ DDP (Incoterms 2010) ได้&#xD;
	กล่าวโดยสรุปได้ว่า การที่จะเปลี่ยนข้อตกลงการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศของ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จากเดิมที่ใช้รูปแบบข้อกำหนดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแบบ CIP (Incoterms 2000) มาใช้รูปแบบ DDP (Incoterms 2010) นั้น มีความเป็นไปได้</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2555 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/2317</guid>
      <dc:date>2555-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

