<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4740</link>
    <description />
    <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 06:38:55 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-09T06:38:55Z</dc:date>
    <item>
      <title>แผนสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เขตพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4655</link>
      <description>Title: แผนสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เขตพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
Authors: เอกลักษณ์ ณัถฤทธิ์; พรทิพย์ พันธุ์ยุรา
Abstract: งานวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง แผนสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเขตพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมชุมชน เทศบาลนครแหลมฉบัง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในงานวิจัย คือ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการประชุมระดมความคิดจากกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา จากผลจากการวิจัย เจ้าหน้าที่และผู้นาชุมชนในพื้นที่เทศบาลแหลมฉบังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในระดับปานกลาง มีข้อจำกัดในด้านความรู้ความสามารถของบุคลากร และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครแหลมฉบังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคประชาชนเป็นอย่างดี แต่ผู้นำชุมชนต้องรับบทบาทในการทำงานหลายหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถจัดสรรเวลาในการเข้าร่วมครบกิจกรรมและยังไม่มีแนวทางการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยแผนสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนจัดทำขึ้นเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4655</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การถือครองที่ดินในพื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราด: ปัญหาความขัดแย้งและทางเลือกการแก้ไขปัญหา</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4653</link>
      <description>Title: การถือครองที่ดินในพื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราด: ปัญหาความขัดแย้งและทางเลือกการแก้ไขปัญหา
Authors: ชยาภรณ์ จตุรพรประสิทธิ์; สกฤติ อิสริยานนท์
Abstract: บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทบทวนสภาพปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการถือครองที่ดินในพื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราด 2) เพื่อนำเสนอทางเลือกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการในการจัดการปัญหาความขัดแย้งประเด็นปัญหาที่ดิน พื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราดการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่ 3 วิธีการ คือ 1) การศึกษาจากเอกสาร 2) การสัมภาษณ์ และ 3) การสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม โดยผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า สภาพปัญหาที่ดินของพื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราด ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมา เนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของระบบและการจัดการเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินนับตั้งแต่ในอดีต รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยมีปัญหาที่สำคัญใหญ่ 2 ประการ ได้แก่ 1) สภาพปัญหาและความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับการทับซ้อนของสิทธิในการถือครองที่ดิน คือ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของประชาชนและการบุกรุกกับที่ดินของรัฐ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของประชาชนกับที่ดินของนายทุน ปัญหาการครอบครองที่ดินโดยไม่ถูกต้อง ปัญหาไม่มีที่ดินทำกินของประชาชน ปัญหาที่ดินหลุดมือ และปัญหาพื้นที่แนวเขตการปกครองทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน 2) สภาพปัญหาและความขัดแย้งที่เชื่อมโยงเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ ปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินทับซ้อนระหว่างประชาชนกับรัฐ ประชาชนกับนายทุน ปัญหาการจัดการทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน และผลการศึกษาจากวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 พบว่า ทางเลือกในการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาโดยการจัดการทรัพยากรร่วมกันภายใต้การขับเคลื่อนในลักษณะภาคีเครือข่ายสาธารณะ รวมไปถึงรัฐควรนำแนวคิดยุติธรรมชุมชนซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกเข้ามาใช้ในการจัดการทรัพยากรบนพื้นฐานของความร่วมมือของชุมชน เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่ดินร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความรุนแรงลง</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4653</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การเปลี่ยนแปลงบทบาททางการเมืองของกองทัพไทยตั้งแต่ พ.ศ.2535-2563</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4652</link>
      <description>Title: การเปลี่ยนแปลงบทบาททางการเมืองของกองทัพไทยตั้งแต่ พ.ศ.2535-2563
Authors: วันวิชิต บุญโปร่ง; ธีรพงษ์ บัวหล้า
Abstract: บทความวิจัยชิ้นนี้ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบทบาททางการเมืองของ กองทัพไทย และพัฒนาการบทบาททางการเมืองของกองทัพไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2535-2563 ด้วยวิธีการ สัมภาษณ์อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายพลเรือน ผลการศึกษาพบว่า พัฒนาการบทบาททาง การเมืองของกองทัพไทย ซึ่งเคยอยู่ในภาวะที่ถดถอยและความนิยมขึ้นอยู่ในระดับสูงสุดโดยอิงกับทัศนคติทางสังคมที่มีต่อกองทัพในแต่ละช่วงเหตุการณ์ทางการเมือง จึงมีผลต่อสำนึกของผู้นำกองทัพในการกำหนดท่าทีและการตัดสินใจทางการเมือง การที่กองทัพมีความน่าเชื่อถือทางสังคมมากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่นๆ จึงถูกดึงเข้ามาอยู่ในแวดวงการเมืองมาตลอด และมีแนวโน้มว่ากองทัพไทยคงยังรักษาและขยายบทบาททางการเมืองของตนเองไว้ได้ จนถึงปัจจุบัน สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบทบาททางการเมืองของกองทัพไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2535-2563ได้แก่ 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) ด้านรัฐธรรมนูญ 2) ด้านความมั่นคง และ 3) ด้านการมืองภาคประชาชน ซึ่งได้เอื้อ อำนวยให้กองทัพไทยปรับเปลี่ยนบทบาทได้อย่างกลมกลืน และมีความชอบธรรมในฐานะผู้ควบคุมและกำหนดกติกาทางการเมืองไทยได้อย่างยาวนาน</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4652</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>สภาวะอาณานิคมภายในของเวียดนามสมัยอาณานิคมฝรั่งเศสปี ค.ศ.1885 -1939: บทวิเคราะห์จากทฤษฎีพึ่งพิงพึ่งพาของอังเดร กุนเดอร์ แฟรงค์</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4646</link>
      <description>Title: สภาวะอาณานิคมภายในของเวียดนามสมัยอาณานิคมฝรั่งเศสปี ค.ศ.1885 -1939: บทวิเคราะห์จากทฤษฎีพึ่งพิงพึ่งพาของอังเดร กุนเดอร์ แฟรงค์
Authors: จิรายุทธ์ สีม่วง; ภัสสรา บุญญฤทธิ์
Abstract: บทความชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การเกิดขึ้นของสภาวะอาณานิคมภายในของเวียดนามในสมัยอาณานิคมของฝรั่งเศสโดยใช้ทฤษฎีพึ่งพิงพึ่งพาของอังเดร กุนเดอร์ แฟรงค์ สภาวะอาณานิคมภายในเวียดนามมีสาเหตุจากโครงสร้างการแบ่งงานกันทำในระดับโลก การแบ่งงานดังกล่าวไม่เพียงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศอาณานิคมด้อยพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุให้เกิดการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกันในระดับพื้นที่ภายในประเทศอาณานิคม ในกรณีของประเทศเวียดนามการแบ่งงานกันทำภายในประเทศทำให้เกิดพื้นที่แกนกลางที่มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเมืองและรองรับการเผยแพร่อารยธรรมฝรั่งเศส ได้แก่ ห่าโหน่ย ส่ายก่อน และเมืองบริวาร ได้แก่ เมืองโดยรอบที่มีหน้าที่ผลิตสินค้าป้อนระบบทุนนิยมโดยเฉพาะการทำนิคมไร่ขนาดใหญ่ อุตสาหกรรม และเหมืองแร่ตามความต้องการของประเทศแกนกลางคือฝรั่งเศสและตลาดโลก</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4646</guid>
      <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

