<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4737</link>
    <description />
    <pubDate>Mon, 23 Mar 2026 13:56:42 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-03-23T13:56:42Z</dc:date>
    <item>
      <title>การใช้เทคนิคการประมวลผลภาพเพื่อการอนุรักษ์คุณภาพภาพถ่ายคัมภีร์ใบลาน</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17708</link>
      <description>Title: การใช้เทคนิคการประมวลผลภาพเพื่อการอนุรักษ์คุณภาพภาพถ่ายคัมภีร์ใบลาน
Authors: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา
Abstract: คัมภีร์ใบลานเป็นเอกสารโบราณที่มีคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่มีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่ง มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ พุทธศาสนา ตำรายา ตำราโหราศาสตร์เป็นเอกสารชั้นต้นในศึกษาด้านประวัติศาสตร์ของสังคม คัมภีร์ใบลานส่วนใหญ่ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การทำสำเนาแบบดิจิทัลไฟล์ และปรับปรุงคุณภาพภาพถ่ายที่ได้จะช่วยในการอนุรักษ์เอกสารโบราณเหล่านี้ การดำเนินการวิจัยเริ่มจากอ่านภาพดิจิทัลต้นฉบับ เลือกโหมดสี HSI ปรับความคมชัดของภาพ ด้วยวิธีการยืดความคมชัด ลดสัญญาณรบกวนด้วยตัวกรองค่ามัธยฐาน การแยกตัวอักษรและพื้นหลังด้วยเทคนิคเทรชโฮลด์แบบการปรับตามความเข้มเฉพาะส่วนของภาพ อีกทั้งเพิ่มความชัดเจนของเส้นอักษรด้วยการใช้เทคนิคการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปร่างหรือโครงร่างของภาพ ผลการวิจัยที่ได้ถูกนำไปเปรียบเทียบและตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการวัดประสิทธิภาพเชิงคุณภาพ ซึ่งผลการวิจัยแสดงว่าการใช้เทคนิคการแยกตัวอักษรและพื้นหลังแบบการปรับตามความเข้มเฉพาะส่วนของภาพ สามารถแยกตัวอักษรและพื้นหลังในภาพที่มีสภาพแสงไม่สม่ำเสมอได้ดีกว่าการใช้เทคนิคเทรชโฮลด์แบบค่าเดียวทั้งภาพ โดยค่าความถูกต้องอยู่ที่ 90% ผลการทดลองที่ได้สามารถนำไปแยกตัวอักษร เพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการรู้จำตัวอักษรต่อไปได้
Description: ได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณเงินรายได้ ประจำปีงบประมาณ 2561 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2561 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17708</guid>
      <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตสาขาวิชาสารสนเทศศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2557-2560</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17707</link>
      <description>Title: ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตสาขาวิชาสารสนเทศศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2557-2560
Authors: ศรีหทัย เวลล์ส
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงผสม (Mixed Method Research) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตสาขาวิชาสารสนเทศศึกษาในด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะทางปัญญา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และด้านทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2) เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตสาขาวิชาสารสนเทศศึกษา จำแนกตามประเภทองค์กรและลักษณะงาน และ 3) ศึกษาจุดแข็ง และจุดอ่อนที่ควรพัฒนาของบัณฑิตสาขาสารสนเทศศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มตัวอย่างปริมาณได้แก่ ผู้ใช้บัณฑิตฯทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน จำนวน 123 คน 2) กลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้ใช้บัณฑิตฯ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบกึ่งโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ความถี่ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตฯ อยู่ในระดับมากในทุกด้าน เรียงตามลำดับ คือ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ (4.41) ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (4.27) ด้านทักษะทางปัญญา (3.92) ด้านความรู้ (3.90) และด้านทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (3.82) 2) การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อสมรรถนะของบัณฑิตฯ จำแนกตามประเภทองค์กรและลักษณะงาน พบว่า ประเภทขององค์กร ไม่มีความแตกต่างกัน ในส่วนของลักษณะงานขององค์กรนั้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในองค์กรเน้นกิจกรรมสันทนาการที่ระดับ 0.044 และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ระดับ 0.026 ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของบัณฑิตฯ ได้แก่ 1) การพัฒนาสมรรถนะของบัณฑิต เรียงตามลำดับดังนี้ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการจัดการความรู้ การจัดการสารสนเทศ และด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเนื้อหาของรายวิชา/รายวิชา เรียงตามลำดับดังนี้ เนื้อหาของรายวิชา/รายวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื้อหาของรายวิชา/รายวิชาเกี่ยวกับดิจิทัล และเนื้อหาของรายวิชา/รายวิชาเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ 3) ปัญหาการทำงานของบัณฑิต เรียงตามลำดับดังนี้ ปัญหาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญหาด้านการสื่อสาร ปัญหาด้านจิตบริการ/จิตอาสา ปัญหาด้านการไม่ตรงเวลา
Description: ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2561 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17707</guid>
      <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การสร้างต้นแบบชุดความรู้ทักษะทางการเงินสำหรับแรงงานภาคอุตสาหกรรม การศึกษาจากนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17643</link>
      <description>Title: การสร้างต้นแบบชุดความรู้ทักษะทางการเงินสำหรับแรงงานภาคอุตสาหกรรม การศึกษาจากนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก
Authors: ศศิวุฑฒิ์ วงษ์มณฑา
Abstract: การศึกษานี้ใช้ข้อมูลจากการสำรวจเพื่อตรวจสอบปัจจัยกำหนดและผลกระทบของทักษะทางการเงินต่อการตัดสินใจการออมเงินของแรงงานภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างจำนวน 352 รายเป็นผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลด้านประชากรและทักษะทางการเงิน ผลจากแบบสอบถามพบว่า น้อยกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมีเงินออมเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่เทียบเท่ากับรายได้ทั้งเดือนโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม ผลการประเมินค่าพบว่าปัจจัยเชิงเศรษฐกิจและสังคม อาทิ ระดับการศึกษา รายได้ครัวเรือน และอายุ เป็นตัวกำหนดสำคัญสำหรับทักษะทางการเงิน แรงงานย้ายถิ่นจากภูมิภาคห่างไกล (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้) มีคะแนนทักษะทางการเงินโดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยเฉพาะส่วนของความรู้ทางการเงิน การศึกษานี้ใช้วิธี Instrumental variable (IV) ในการประมาณค่าขนาดของผลกระทบของทักษะทางการเงินต่อพฤติกรรมการออมของกลุ่มตัวอย่าง โดยภาพรวมพบว่า การมีทักษะทางการเงินที่ดีช่วยให้แรงงานมีเงินออมมากขึ้นโดยเฉพาะการจัดเตรียมไว้เพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน นัยยะจากการศึกษานี้คือการริเริ่มโครงการฝึกอบรมความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนควรเริ่มจากบทเรียนพื้นฐานอย่างการจัดทำงบประมาณครัวเรือนและการส่งเสริมพฤติกรรมการออม</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17643</guid>
      <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การยกระดับผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ผ้าเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และสร้างเศรษฐกิจชุมชนของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี</title>
      <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17640</link>
      <description>Title: การยกระดับผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ผ้าเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และสร้างเศรษฐกิจชุมชนของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
Authors: ปัทวี สัตยวงศ์ทิพย์; พิชญรัตน์ เหมนาไลย; ธนภณ นิธิเชาวกุล; นิลุบล ประดับพร; จุฑารัตน์ ชโลธร; โชติกานต์ บุญเพ็ชร; วาสนา แก้วครวน; กนกกุล เตียยะกุล; พิลาภ พูลกระจ่าง; พัชราภรณ์ ศิริพงษ์; ศุภธิดา ทรัพย์ประเสริฐ
Abstract: งานวิจัยเรื่อง การยกระดับผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ผ้าเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และสร้างเศรษฐกิจชุมชนของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ผ้าของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์งานพิมพ์ผ้าของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ และเพื่อพัฒนาและขยายช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และการสัมภาษณ์เจาะลึก เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า มีการถอดบทเรียนประสบการณ์ของกลุ่มพิมพ์ผ้าบางเสร่ โดยทบทวนประสบการณ์ของกลุ่มพิมพ์ผ้า ความคาดหวังเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มพิมพ์ผ้า และแนวทางการทำงาน&#xD;
เพื่อบรรลุเป้าหมายของกลุ่มพิมพ์ผ้า มีการจดทะเบียนเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในนามกลุ่ม “ผ้าพิมพ์มือบางเสร่” บทเรียนที่ได้จากการแลกเปลี่ยนดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานของกลุ่มอย่างมีเป้าหมาย กล่าวคือการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการขยายช่องทางการขายผลิตภัณฑ์</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2566 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17640</guid>
      <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

