<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4745">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4745</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4699" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4697" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4695" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4694" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-03-28T10:51:41Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4699">
    <title>การศึกษาเปรียบเทียบเบื้องต้นเกี่ยวกับสัณฐานวิทยาของเปลือก แรดูลา และกายวิภาคระบบสืบพันธุ์ของหอยทากจิ๋ว สกุล Gyliotrachela Tomlin, 1930 และ สกุล Anauchen Pilsbry, 1917 ในภาคตะวันออกของประเทศไทย</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4699</link>
    <description>Title: การศึกษาเปรียบเทียบเบื้องต้นเกี่ยวกับสัณฐานวิทยาของเปลือก แรดูลา และกายวิภาคระบบสืบพันธุ์ของหอยทากจิ๋ว สกุล Gyliotrachela Tomlin, 1930 และ สกุล Anauchen Pilsbry, 1917 ในภาคตะวันออกของประเทศไทย
Authors: อรจิรา แสนกมล; นภดล วิบูลพืช; ศศิชา เตชะมา; ปิยาพร หมื่นฤทธิ์; กิตติ ตันเมืองปัก; พงษ์รัตน์ ดำรงโรจน์วัฒนา
Abstract: การศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาของเปลือก แรดูลาและลักษณะทางกายวิภาคของระบบสืบพันธุ์ ของหอยทากจิ๋ว 2 สกุล 2 ชนิด ได้แก่ Gyliotrachela diarmaidi และ Anauchen srakeoensis เพื่อเป็ นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธาน ผลการศึกษาพบว่าททั้งหอยทากจิ๋วทั ้ง 2 สกุลนี ้มีรูปแบบของแรดูลาเป็น polyglossate เหมือนกัน แต่มีสัณฐานวิทยาของเปลือกและลักษณะกายวิภาคระบบสืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน โดย G. diarmaidi จะพบฟังแองกูลาที่บริเวณช่องปากเปลือก ในขณะที่ A. srakeoensis จะไม่พบฟันแองกูลาที่บริเวณช่องปากเปลือก</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4697">
    <title>ระดับความเป็นพิษของสารกำจัดวัชพืช 2,4-D ไดเมทิลแอมโมเนียมในปลานิล และการตรวจสอบการแสดงออกของอะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส (ตัวชี้วัดทางชีวภาพ) เพื่อบ่งชี้การรับสัมผัสในระดับความเข้มข้นที่ไม่ก่อให้เกิดการตาย</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4697</link>
    <description>Title: ระดับความเป็นพิษของสารกำจัดวัชพืช 2,4-D ไดเมทิลแอมโมเนียมในปลานิล และการตรวจสอบการแสดงออกของอะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส (ตัวชี้วัดทางชีวภาพ) เพื่อบ่งชี้การรับสัมผัสในระดับความเข้มข้นที่ไม่ก่อให้เกิดการตาย
Authors: ปราง กาญจนสาร; ไชยวัตน์ นวลขาว; สำเนาว์ เสาวกูล; จักรพันธ์ นาน่วม; พอจิต นันทนาวัฒน์
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเป็นพิษของสารกำจัดวัชพืช 2, 4-D ไดเมทิลแอมโมเนียมในปลานิลและการตรวจสอบการแสดงออกของอะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส (ตัวชี้วัดทางชีวภาพ) เพื่อบ่งชี้การรับสัมผัสในระดับความเข้มข้นที่ไม่ก่อให้เกิดการตายในระดับห้องปฏิบัติการเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบการปนเปื้อนของสารกำจัดวัชพืช 2, 4-D ไดเมทิลแอมโมเนียมในสิ่งแวดล้อมทางน้ำต่อไป สำหรับความเป็นพิษของสารดังกล่าวที่เกิดขึ้นในปลานิลจะประเมินจากค่าอัตราการตายสะสมของปลานิล ซึ่งพบว่าจะเพิ่มมากขึ้นตามระดับความเข้มข้นและระยะเวลาที่ได้รับสัมผัส หลังจากที่&#xD;
วิเคราะห์ค่าความเป็นพิษที่ก่อให้เกิดการตายแล้ว ในการศึกษาครั้งนี้นี้ได้ศึกษาความเป็นพิษของสารในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดการตายในปลานิลด้วยคือระดับความเข้มข้น 5 µl/L ปลานิลที่ได้รับสัมผัสสารในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดการตายมีการเปลี่ยนแปลงทั้งพฤติกรรมและสัณฐานวิทยาต่างจากกลุ่มควบคุมโดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้รับสัมผัส อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสที่ตรวจสอบได้จากเนื้อเยื่อสมอง เหงือกและกล้ามเนื้อมีน้ำหนักโมเลกุลขนาด 71 กิโลดัลตัน (kDa) โดยการแสดงออกของอะซิทิลโคลีน&#xD;
เอสเทอเรสในเนื้อเยื่อทุกชนิดจะลดลงเมื่อได้รับสัมผัสสารเป็นเวลานานขึ้น เมื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเหงือกพบว่า เกิดการเพิ่มจำนวนของเซลล์ (hyperplasia), การยกตัวชองเยื่อบุผิว (epithelial lifting), การรวมตัวกันบางส่วนของเนื้อเยื่อเหงือก (partial fusion of lamellae), การบวมและการเรียงตัวกันแบบผิดปกติของเนื้อเยื่อเหงือก (edema and lamellae disorganization) และการคั่งของเลือด (blood congestion) ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อพบว่าจะเกิดอาการ การขยายตัวของเส้นใย&#xD;
กล้ามเนื้อ (dilation of muscle fiber), การแยกตัวของกล้ามเนื้อ (spiting of muscle) และการคั่งของเลือด (blood congestion) โดยการเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อปลานิลได้รับสัมผัสสารเป็นระยะเวลานาน จากข้อมูลทั้งหมดนี้จึงมีแนวโน้มที่จะประยุกต์ใช้ปลานิลตัวชี้วัด (bioindicator) การปนเปื้อนของสารกำจัดวัชพืช 2, 4-D ไดเมทิลแอมโมเนียมที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำได้ และยิ่งไปกว่านั้นอะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพในการรับสัมผัสของสารได้</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4695">
    <title>The pigment production from Monascus sp. U6V1, a Non-citrinin producing strain, in 5-L stirred tank fermentor</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4695</link>
    <description>Title: The pigment production from Monascus sp. U6V1, a Non-citrinin producing strain, in 5-L stirred tank fermentor
Authors: Somchai Krairak; Nisa Krairak
Abstract: Monascussp. U6V1 เจริญและให้การผลิตสีได้ดีที่สุดในอาหาร Cassava starch peptone medium&#xD;
19.21.08 กรัมต่อลิตร และ 39.482.42 หน่วย ตามล าดับ อย่างมีนัยส าคัญ โดยเลี้ยงเชื้อบนเครื่องเขย่าความเร็ว 200&#xD;
รอบต่อนาที 30องศาเซลเซียส นาน 7 วัน เมื่อน ามาเลี้ยงเชื้อด้วยถังหมักแบบกวนขนาด 5 ลิตร เพื่อศึกษาอัตราการ&#xD;
กวน และการให้อากาศที่เหมาะสมต่อการผลิตสี พบว่าการเลี้ยงเชื้อที่ความเร็วการกวน 500รอบต่อนาที และอัตราการให้&#xD;
อากาศ 1.00ลิตรอากาศต่อลิตรอาหารต่อนาที ให้การสร้างสี ผลได้สีและอัตราการผลิตผลิตภัณฑ์จ าเพาะสูงสุดอย่างมี&#xD;
นัยส าคัญ เท่ากับ 40.171.45 หน่วย 0.686 หน่วยต่อกรัม และ 0.143 หน่วยต่อกรัมต่อชั่วโมง ตามล าดับ เมื่อน ามา&#xD;
ศึกษาอัตราการให้อากาศที่เหมาะสม พบว่าการให้อากาศ 0.75และ 1.00 ลิตรอากาศต่อลิตรอาหารต่อนาที ให้การผลิตสี&#xD;
และอัตราการผลิตผลิตภัณฑ์จ าเพาะสูงสุดไม่แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญ เท่ากับ 36.041.0440.171.45 หน่วย และ&#xD;
0.145 และ 0.143 หน่วยต่อกรัมต่อชั่วโมง ตามล าดับ แรงเฉือน และสภาวะขาดออกซิเจนในระหว่างการเจริญเพิ่ม&#xD;
จ านวนส่งผลกระทบต่อการผลิตสีในระยะคงที่ น าทุกตัวอย่างที่ได้จากการเลี้ยงเชื้อเมื่อสิ้นสุดการทดลอง มาวิเคราะห์&#xD;
ปริมาณซิตรินิน ผลการตรวจสอบไม่พบปริมาณซิตรินินในตัวอย่าง</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4694">
    <title>การศึกษาแหล่งทำประมงปลาทูในอ่าวไทย และความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งทำประมงกับปัจจัยทางสมุทรศาสตร์จากข้อมูลระบบติดตามเรือโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4694</link>
    <description>Title: การศึกษาแหล่งทำประมงปลาทูในอ่าวไทย และความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งทำประมงกับปัจจัยทางสมุทรศาสตร์จากข้อมูลระบบติดตามเรือโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
Authors: สุภัทรา เทพรส; อนุกูล บูรณประทีปรัตน์; ดุษฎี หลีนวรัตน์
Abstract: งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาแหล่งทำประมงปลาทูในอ่าวไทยโดยใช้ข้อมูลจากระบบติดตามเรือและสมุดบันทึกการทำการประมงจากเรือประมงพาณิชย์อวนล้อมจับที่ออกทำการประมงพื้นที่อ่าวไทยในปี 2562 และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งทำประมงปลาทูกับคลอโรฟิลล์-เอ และอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม MODIS-Aqua โดยใช้แบบจำลอง Generalized Additive Model (GAM) ผลการศึกษาพบว่าแหล่งทำประมงปลาทูเปลี่ยนแปลงไปตามลมมรสุม ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ฤดูฝน) แหล่งทำประมงจะอยู่ในบริเวณตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์จนถึงบริเวณอ่าวไทยตอนบน ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ฤดูหนาว) แหล่งทำประมงจะอยู่ในบริเวณอ่าวไทยตอนบน เรื่อยลงไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ในช่วงเปลี่ยนจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็ นตะวันตกเฉียงใต้ (ฤดูร้อน) พบการทำประมงมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง GAM พบว่าคลอโรฟิลล์-เอ และอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลมีความสัมพันธ์กับการทำประมงปลาทู (p &lt; 0.001) ในช่วงคลอโรฟิฃลล์-เอที่ 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลที่ 29.5-31.0 องศาเซลเซียส และพบว่าพื้นที่ทำการประมงในช่วงเวลาต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับลักษณะการไหลเวียนกระแสน้ำตามฤดูกาลในอ่าวไทย</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

