<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17696" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17690" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17521" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-21T23:10:22Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742">
    <title>กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742</link>
    <description>Title: กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
Authors: นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
Abstract: ทำการศึกษาอนุกรมวิธานของกุ้ง กั้ง และปู บริเวณชายฝั่งและแนวปะดารังของเกาะแรด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิการยน 2553 ถึงเดือนกันยายน 2556 จากการศึกษา พบตัวอย่างกุ้งและปูทั้งหมด 32 ชนิด ประกอบด้วยกุ้งที่อยู่ใน Infraorder Caridea ทั้งสิ้น 4 ชนิด ปูไม่แท้จริง (false crab) ที่อยู่ใน Infraorder Anomura ทั้งสิ้น 1 ชนิด และปูแท้จริง (true crab) ที่อยู่ใน infraorder Brachyura ทั้งสิ้น 27 ชนิด โดยตัวอย่างกุ้งทั้งหมดที่รวบรวมได้สามารถจำแนกได้เป็น 1 ครอบครัว 2 ครอบครัวย่อย 3 สกุล 4 ชนิด ได้แก่ Palaemon serrifer, Conchodytes blunguiculatus, Alpheus euphorosyne และ A.lpheus sp. ส่วนตัวอย่างปูไม่แท้จริง พบทั้งสิ้น 1 ครอบครัว 1 สกุล 1 ชนิด ได้แก่ Petrolisthes larmarckii และปูแท้จริงใน Infraorder Crachyura พบทั้งสิ้น 14 ครอบครัว 9 ครอบครัวย่อย 21 สกุล 27 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยครอบครัวต่าง ๆ ได้แก่ Dorippidae, Majidae, Portunidae, Eriphiidae, Oziidae, Eumedonidae, Trapeziidae, Xanthidae, Grapsidae, Searmidae, Plagusiidae, Varunidae, Ocypodidae และ Dotillisae ทั้งนี้ปูส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่ในครอบครัว Portunidae รองลงมาได้แก่ Xanthidae และ Grapsidae ตามลำดับ มีกุ้ง 1 ชนิด และปู 2 ชนิด ที่ถูกพบเป็นรายงานครั้งแรกในหมู่เกาะแสมสาร ได้แก่ Conchodytes biunguiculatus, Zebrida adamsii และ Liomera venasa ตามลำดับ</description>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17696">
    <title>การเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทย</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17696</link>
    <description>Title: การเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทย
Authors: จันทร์จิรา พิลาแดง
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวแบบทางสถิติและตัวแบบการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการพยากรณ์จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี พร้อมทั้งศึกษาตัวแปรทำนายที่มีผลต่อจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี โดยใช้ข้อมูลรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2555 ถึงตุลาคม พ.ศ. 2567 รวมระยะเวลา 154 เดือน ตัวแปรที่นำมาวิเคราะห์ประกอบด้วยตัวแปรตาม นั่นคือ จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี และตัวแปรทำนาย 5 ตัวแปร ได้แก่ จำนวนเงินเอาประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยรับโดยตรง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย สัดส่วนเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนต่อ GDP และดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ตัวแบบที่นำมาใช้ในการศึกษาและเปรียบเทียบมีทั้งหมด 5 ตัวแบบ ได้แก่ ตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ตัวแบบการถดถอยเกาส์เซียนผกผัน ตัวแบบการถดถอยต้นไม้ตัดสินใจ ตัวแบบการถดถอยป่าสุ่ม และตัวแบบการถดถอยแบบเอ็กซ์จีบูสต์ ทั้งในรูปแบบ Tree Booster และ Linear Booster โดยใช้ค่าคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) และร้อยละของค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAPE) เป็นเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิภาพและความแม่นยำของตัวแบบ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ตัวแบบการถดถอยเอ็กซ์จีบูสต์ ในรูปแบบ Linear Booster ให้ผลการพยากรณ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านความแม่นยำและความสอดคล้องกับลักษณะข้อมูล ในขณะที่ตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณให้ผลใกล้เคียงกัน แต่มีข้อจำกัดด้านทฤษฎี นั่นคือ ปัญหาสหสัมพันธ์ในตัวของส่วนเหลือ ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตัวแบบ ส่วนตัวแบบการถดถอยเกาส์เซียนผกผันแม้จะสามารถพยากรณ์ข้อมูลชุดใหม่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ข้อมูลจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปีไม่ได้มีลักษณะสอดคล้องกับการแจกแจงแบบเกาส์เซียนผกผันอย่างแท้จริง ในทางกลับกัน ตัวแบบการถดถอยต้นไม้ตัดสินใจและตัวแบบการถดถอยป่าสุ่มมีประสิทธิภาพต่ำ โดยมีค่า RMSE และ MAPE สูงมากในข้อมูลชุดทดสอบ ซึ่งแสดงถึงปัญหา Overfitting ที่ตัวแบบสามารถทำนายข้อมูลชุดฝึกสอนได้แม่นยำ แต่ทำนายได้ไม่แม่นยำเมื่อเจอกับข้อมูลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อให้เกิดการพยากรณ์ที่ผิดพลาดนอกจากนี้ การศึกษาความสำคัญของตัวแปรทำนายจากตัวแบบที่เหมาะสม พบว่า สัดส่วนเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนต่อ GDP มีความสำคัญมากที่สุดและมีอิทธิพลในทิศทางตรงกันข้ามกับจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี ซึ่งหมายความว่า ยิ่งสัดส่วนเงินให้กู้ยืมของภาคครัวเรือนต่อ GDP สูงขึ้น จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปีก็จะลดลง รองลงมาคือ เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมีอิทธิพลในทิศทางเดียวกันกับจำนวนกรมธรรม์ ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคและจำนวนเงินเอาประกันมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญน้อยกว่า จากผลการศึกษานี้ สามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาระหนี้ครัวเรือน มีบทบาทสำคัญต่อจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำใหม่ระหว่างปี ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการใช้จ่ายและการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตของครัวเรือน อันสามารถใช้เป็นแนวทางในการวางนโยบายและออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17690">
    <title>ประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชันในการยับยั้ง Helicobacter pylori</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17690</link>
    <description>Title: ประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชันในการยับยั้ง Helicobacter pylori
Authors: พรรนิภา ศิริเพิ่มพูล; จงกลณี จงอร่ามเรือง
Abstract: จากการทดสอบประสิทะิภาพของสารเคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชั้นในการยับยั้งเชื้อ Helicobacter pylori ด้วยวิธี agar dilution พบว่าเคอร์คูมินอยด์สามารถยับยั้งการเจริญของ H.pylori ทั้ง 5 isolates ซึ่งเป็นเชื้อที่ไวต่อยา amoxicillin erythromycin และ tetracycline ได้ โดยมี ค่าความเข้มต่ำที่สุดสามารถยับยั้งได้เท่ากันคือ เท่ากับ 25 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อนำเคอร์คูมินอยด์ไปศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ urease พบว่าเคอร์คูมินอยด์ในปริมาณต่ำสุดที่สามารถยั้บยั้งการเจริญของเชื้อได้นั้นสามารถยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ urease จากเชื้อได้ และนำสารเคอร์คูมินอยด์ไปทดสอบฤทธิ์รวมกับยา erythormycin และ tetracycline โดยวิธี agar chequerboad titration พบว่า ฤทธิ์ระหว่างเคอร์คูมินอยด์กับ erythromycin และ tetracycline นัั้นเป็นแบบไม่ต่างไปจากฤทธิ์เดิมของสาร (Indifference) ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ในการใช้เคอร์คูมินอยด์ร่วมกีบ erythormycin และ tetracycline เพื่อรักษาโรคติดเชื้อ H.pylori</description>
    <dc:date>2552-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17521">
    <title>ฟลักซ์และแหล่งที่มาของคาร์บอนอินทรีย์ในแนวหญ้าทะเลบริเวณ อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17521</link>
    <description>Title: ฟลักซ์และแหล่งที่มาของคาร์บอนอินทรีย์ในแนวหญ้าทะเลบริเวณ อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี
Authors: อนุกูล บูรณประทีปรัตน์
Abstract: การศึกษาปริมาณฟลักซ์ของคาร์บอนอินทรีย์ในแนวหญ้าทะเล บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนจังหวัดจันทบุรี จากการเก็บตัวอย่างในพื้นที่ทั้งหมด 2 ครั้ง คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน ผลการศึกษาพบว่า ฟลักซ์ของคาร์บอนอินทรีย์ในแนวหญ้าทะเลบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน มีค่าอยู่ระหว่าง 70.06 – 188.35 mg/m2/day โดยฟลักซ์ของคาร์บอนอินทรีย์ในบริเวณที่ไม่มีหญ้าทะเลปกคลุมมีปริมาณมากกว่าในบริเวณที่มีหญ้าทะเลปกคลุม และฟลักซ์ของคาร์บอนอินทรีย์ในฤดูร้อนมีปริมาณมากกว่าในฤดูฝน ในบริเวณที่ไม่มีหญ้าทะเลปกคลุม และบริเวณที่มีหญ้าทะเลปกคลุมน้อยกว่า 25% ส่วนในบริเวณที่มีหญ้าทะเลปกคลุม มากกว่า 75% ฟลักซ์ของสารอินทรีย์ในสองฤดูกาลมีค่าใกล้เคียงกัน จากการวิเคราะห์ค่าไอโทปเสถียรของคาร์บอนอินทรีย์ (13C) จากตัวอย่างตะกอนในตัวดักตะกอนในแนวหญ้าทะเลบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน พบค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง -24.43 ± 0.07 ‰ และ -20.13 ± 0.45 ‰ โดยพบว่าแหล่งของตะกอนที่พบมีที่มาจากเศษซากของไม้โกงกาง บ่อเลี้ยงกุ้ง เศษซากแพลงก์ตอน และหญ้าทะเล ที่มีความแตกต่างกันทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเวลา
Description: โครงการวิจัยประเภทเงินรายได้ส่วนงาน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

