<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4729">
    <title>DSpace Community: สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4729</link>
    <description>สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17795" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17794" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783" />
        <rdf:li rdf:resource="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-06-01T13:27:31Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17795">
    <title>โครงการ ฐานข้อมูลทรัพยากรแพลงก์ตอนทะเลและสาหร่ายทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17795</link>
    <description>Title: โครงการ ฐานข้อมูลทรัพยากรแพลงก์ตอนทะเลและสาหร่ายทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย
Authors: จิตรา ตีระเมธี; จริยาวดี สุริยพันธุ์; เกษราภรณ์ โมฑะกุล
Abstract: ชนิดและการแพร่กระจายของแพลงก์ตอนทะเลและสาหร่ายทะเลในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 จากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลังระหว่างปี พ.ศ. 2533-2565 พบแพลงก์ตอนพืชทะเล จำนวน 50 วงศ์ 111 สกุล 333 ชนิด แพลงก์ตอนพืชกลุ่มเด่นที่พบในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ Chaetoceros diversus Cleve, Guinardia flaccida (Castracane) H. Peragallo, Guinardia striata (Stolterfoh) Hasle, Hemiaulus indicus Karsten, Lauderia annulata Cleve, Pleurosigma sp., Rhizosolenia hyalina Ostenfeld, Rhizosolenia robusta Norman และ Rhizosolenia striata Greville และพบสาหร่ายทะเล จำนวน 33 วงศ์ 55 สกุล 92 ชนิด มี 2&#xD;
ชนิดคือ สาหร่ายสีเขียว Caulerpa crassifolia (C. Agardh) J. Agardh, 1873 และสาหร่ายสีน้ำตาล Sargassum oligocystum Montagne, 1845 เป็นชนิดที่ยังคงพบได้จนถึงปัจจุบัน สามารถพบสาหร่ายทะเลทั้งสองชนิดนี้ในบริเวณชายฝั่งทะเลของจังหวัดชลบุรี และจังหวัดจันทบุรี สำหรับฐานข้อมูลแพลงก์ตอนและสาหร่ายทะเล จะถูกพัฒนาเป็นแผนที่การกระจายของกลุ่มแพลงก์ตอนทะเลและสาหร่ายทะเล รวมถึงภาพถ่ายโครงสร้างที่สามารถแสดงการจัดจำแนกได้และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บ ฐานข้อมูล: RSPG สถานีบูรพา ช่อง Instagram: RSPG สถานีบูรพา และแฟนเพจ Facebook: RSPG สถานี&#xD;
บูรพา รวมถึงนำองค์ความรู้ออกเผยแพร่และการประชาสัมพันธ์ผ่านงานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกที่มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี และการประชุมวิชาการระดับชาติ</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17794">
    <title>การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านอนุกรมวิธานทางทะเลอย่างยั่งยืน</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17794</link>
    <description>Title: การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านอนุกรมวิธานทางทะเลอย่างยั่งยืน
Authors: สุเมตต์ ปุจฉาการ; รติมา ครุวรรณเจริญ; พัชรี ทองอำไพ; ทรรศิน ปณิธานะรักษ์; จิตรา ตีระเมธี; สุพัตรา ตะเหลบ; สุชา มั่นคงสมบูรณ์; สุรพล ฉลาดคิด; นรินทร์รัตน์ คงจันทร์ตรี; จันทร์จรัส วัฒนะโชติ; วรรณภา กสิกฤษ์; อดิสรณ์ มนต์วิเศษ
Abstract: งานด้านอนุกรมวิธานทางทะเลในประเทศไทยได้มีการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจากอดีตถึง ปัจจุบัน แต่ปัญหาการขาดแคลนของนักอนุกรวิธานทางทะเลของประเทศไทยเป็นปัญหาหลักในการพัฒนาองค์ความรู้และศาสตร์ด้นทางทะเลของประเทศไทย การขาดแคลนนักอนุกรมวิธานทางทะเลมาจากหลายสาเหตุหลายประการที่สำคัญ เช่น การเข้าสู่วัยเกษียณของนักอนุกรมวิธานทางทะเลไทยหลายท่าน การขาดการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลรุ่นใหม่ไม่นิยมงานด้านอนุกรมวิธาน อย่างไรก็ตามการศึกษาด้านอนุกรมวิธานเป็นรากฐานที่สำคัญในการศึกษาชีววิทยาและบริหารจัดการของทรัพยากรชีวภาพทางทะเลอันนำไปสู่การกำหนดนโยบายและกฎหมายด้านอนุรักษ์ หรือใช้ประโยชน์จากชนิดพันธุ์เหล่านั้นให้คุ้มค่าและยั่งยืน สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นส่วนงานที่ได้ดำเนินงานวิจัยทางด้านอนุกรมวิธานทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ได้เล็งเห็นปัญหาภาวะการขาดแคลนนักอนุกรมวิธานทางทะเลของประเทศ จึงได้ดำเนินการโครงการ “การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้านอนุกรมวิธานทางทะเลอย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนนักอนุกรมวิธานอย่างยั่งยืน โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลและผลงานของนักอนุกรมวิธานทางทะเลไทยทั้งระดับประเทศและนานาชาติ การสร้างเส้นทางพัฒนานักอนุกรมวิฐานทางทะเลผ่านขั้นตอนการถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาหลักสูตรอนุกรมวิธานทางทะเล การฝึกอบรมหลักสูตรในระยะสั้นและระยะยาว การนำเสนอผลงานทางวิชาการ คลังข้อมูลอนุกรมวิธานทางทะเลไทย พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับอนกรมวิธานทางทะเล รวมถึงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านอนุกรมวิธานทางทะเลและการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านอนุกรมวิธานทางทะเล (Marine Taxonomy Learning Center) อันจะนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพด้านอนุกรมวิธานทางทะเลต่อไป</description>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783">
    <title>การศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนมของเชื้อ Bacillus sp. ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ที่คัดแยกจากดินป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17783</link>
    <description>Title: การศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนมของเชื้อ Bacillus sp. ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ที่คัดแยกจากดินป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี
Authors: อลิสา เทียมสกุล; รวิวรรณ วัฒนดิลก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งจีโนม (draft genome) ของเชื้อกลุ่ม Bacillus sp. ที่คัดแยกจากดินตะกอนป่าชายเลน จังหวัดชลบุรี และระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค 3 ชนิด ได้แก่ Escherichia coli, Staphylococcus aureus, และ Candida albicans รวมถึงศึกษาองค์ประกอบเบื้องต้นของสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ จากการคัดแยกเชื้อกลุ่ม Bacillus จำนวน 14 ไอโซเลท พบว่าสารสกัดหยาบของเชื้อจากไอโซเลท A1-3 มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อก่อโรคทั้งสามชนิด เมื่อประเมินค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้ง (MIC) และค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการฆ่าเชื้อ (MBC) ด้วยวิธีวิธีเจือจางในอาหารเลี้ยงเชื้อเหลวแบบไมโคร พบว่าสารสกัดจากเชื้อ A1-3 มีฤทธิ์ยับยั้งต่อ C. albicans โดยมีค่า MIC และ MBC เท่ากับ 50,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ส่วนเชื้อ E. coli และ S. aureus มีค่า MIC และ MBC มากกว่า 50,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร การระบุสายพันธุ์ด้วยการวิเคราะห์ลำดับเบส 16S rRNA แสดงให้เห็นว่าเชื้อ A1-3 มีความใกล้เคียงกับ Halobacillus mangrovi 99.52% และเมื่อทำการวิเคราะห์แผนภูมิต้นไม้ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเชื้อ H. mangrovi โดยมีค่าความเชื่อมั่น (bootstrap value) 97% กับเชื้อ H. mangrovi อีกทั้งยังสอดคล้องกับการวิเคราะห์ draft genome ที่บ่งชี้ความเหมือนของสายพันธุ์ (Homologous species) ด้วยโปรแกรม Nr Annotation พบว่าเชื้อ A1-3 มีลำดับโปรตีนที่เหมือนกับ H. mangrovi 86.29% นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์จีโนมด้วยโปรแกรม antiSMASH พบว่าจีโนมของเชื้อ H. mangrovi มีกลุ่มยีนที่สามารถสังเคราะห์สารทุติยภูมิ กลุ่ม Terpene บริเวณ Region 1.4 โดยมีลำดับยีนและโครงสร้างที่เหมือนกับลำดับยีนของเชื้อ Halobacillus halophilus DSM 2266 ในฐานข้อมูล BGCs (MIBiG accession number: BGC0000645) ที่มีค่า % similarity เท่ากับ 100% การค้นพบกลุ่มยีนสังเคราะห์สารกลุ่ม Terpene นี้สนับสนุนผลการทดลององค์ประกอบเบื้องต้นของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคทั้งสามชนิดด้วยวิธี TLC-Bioautography ซึ่งตำแหน่งของสารที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์เมื่อตรวจสอบด้วย anisaldehyde-sulfuric acid แสดงว่าเป็นสารกลุ่ม terpene หรือ terpenoid ข้อมูล draft genome ของเชื้อ H. mangrovi ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อก่อโรคทั้งสามชนิดนี้สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลระดับยีน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติโดยใช้องค์ความรู้ด้านพันธุวิศวกรรม ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อดื้อยาในปัจจุบัน</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782">
    <title>การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณ ท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2567-2570)</title>
    <link>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17782</link>
    <description>Title: การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณ ท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2567-2570)
Authors: สุชา มั่นคงสมบูรณ์
Abstract: การศึกษาชนิดและความหลากหลายของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่และทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณพื้นที่ท่าเทียบเรือของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลบริเวณท่าเทียบเรือบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดยดำเนินการสำรวจจำนวน 6 ครั้ง ระหว่างปี 2567–2568 ครอบคลุมพื้นที่หาดหิน หาดทราย ท่าเทียบเรือ และพื้นทะเลนอกชายฝั่ง ผลการสำรวจพบสัตว์ทะเลทั้งหมด 165 ชนิด โดยสามารถจำแนกและยืนยันชนิดได้อย่างน้อย 159 ชนิด กลุ่มที่มีความหลากหลายสูงสุด ได้แก่ ปลา จำนวน 55 ชนิด รองลงมาคือสัตว์ในกลุ่มหอย จำนวน 37 ชนิด กลุ่มกุ้ง กั้ง ปู จำนวน 32 ชนิด และไส้เดือนทะเลจำนวน 26 ชนิด และจากการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อนบริเวณท่าเทียบเรือ พบสัตว์น้ำวัยอ่อนที่จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ปลากะสาก ปลาทู ปลากะมง ตลอดจนลูกกุ้งและลูกปู สะท้อนถึงบทบาทของพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสามารถใช้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบชนิดพันธุ์ที่ไม่เคยมีรายงานในอ่าวไทยตอนใน (Inner Gulf of Thailand) ได้แก่ ปลิงสร้อยไข่มุก (Protankyra pseudodigitata) รวมถึงกุ้งดีดขันในสกุล Potamalpheops ซึ่งไม่เคยรายงานในประเทศไทย และอยู่ระหว่างการยืนยันชนิดโดยผู้เชี่ยวชาญ&#xD;
การประเมินสถานภาพตาม IUCN Red List พบว่ามีชนิดพันธุ์ที่ใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened) ได้แก่ ปลากระเบนหัวแหลม และชนิดพันธุ์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาม้าน้ำดำ ผลการศึกษานี้สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำความจำเป็นของการจัดทำแผนบริหารจัดการ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และสนับสนุนโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจในอนาคต</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

