<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/5960" />
  <subtitle />
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/5960</id>
  <updated>2026-04-06T13:28:43Z</updated>
  <dc:date>2026-04-06T13:28:43Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ฤทธิ์การปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดมาตรฐานเมล็ดกระทงลายและเศษส่วนต่อการชักนำการตายแบบอะพอพโตซิสจาก MPP+ ในเซลล์เพาะเลี้ยง SH-SY5Y</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/10210" />
    <author>
      <name>ณัฐนรี พงษ์เฉลิม</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/10210</id>
    <updated>2024-07-01T03:55:15Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ฤทธิ์การปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดมาตรฐานเมล็ดกระทงลายและเศษส่วนต่อการชักนำการตายแบบอะพอพโตซิสจาก MPP+ ในเซลล์เพาะเลี้ยง SH-SY5Y
Authors: ณัฐนรี พงษ์เฉลิม
Abstract: โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุเกิดจากความเสื่อมและการตายของเซลล์ประสาทที่สร้างสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองส่วนซับสแตนเทียไนกรา มีรายงานว่า เซลล์ประสาทที่เกิดการตายแบบอะพอพโตซิสมีความสัมพันธ์กับโปรตีนในกลุ่ม Bcl-2 ซึ่งในปัจจุบัน โรคพาร์กินสันยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ งานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า สารสกัดจากเมล็ดกระทงลาย มีฤทธิ์ทางระบบประสาท สามารถเพิ่มความจำ และการเรียนรู้ ลดสารอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อสมองหนูไมส์และในเซลล์เพาะเลี้ยง แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากเมล็ดกระทงลายต่อการตายของเซลล์ประสาทในโรคพาร์กินสัน ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดกระทงลายแบบสกัดหยาบ (CPSE) และแบบเศษส่วนที่มีขั้วต่างกัน 3 ชนิด ได้แก่ สารสกัดที่แยกด้วยเฮกเซน (CPSE-E/H) เอทิลอะซิเตท (CPSE-E/EA) และน้ำ (CPSEE/W) ต่อการปกป้องเซลล์ SH-SY5Y ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย MPP+ โดยใช้วิธี MTT วิธี LDH cytotoxicity และวิธี Western blot ผ่านการแสดงออกของโปรตีน Bcl-2 ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการให้ CPSE ที่ความเข้มข้น 10 µg/ml เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพิ่มอัตราการมีชีวิตของเซลล์ SHSY5Y ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และพบว่า การให้สารสกัด CPSE CPSE-E/H และ CPSE-E/EA แบบ pre-treatment และ post-treatment สามารถลดการตายของเซลล์ และเพิ่มการแสดงออกของโปรตีน Bcl-2 จากการเหนี่ยวนำด้วย MPP+ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมแต่ไม่มีความแตกต่างในกลุ่ม CPSE-E/W แสดงให้เห็นว่า สารสกัดจากเมล็ดกระทงลายแบบหยาบและเศษส่วน CPSE-E/H สามารถปกป้องเซลล์ประสาทในแบบจำลองโรคพาร์กินสันผ่านการควบคุมของ Bcl-2
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--มหาวิทยาลัยบูรพา, 2564</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผลของการนอนหลับไม่เพียงพอและการควบคุมการหายใจต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/10086" />
    <author>
      <name>จารุวรรณ เวียร์ร่า</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/10086</id>
    <updated>2024-07-01T07:31:36Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ผลของการนอนหลับไม่เพียงพอและการควบคุมการหายใจต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ
Authors: จารุวรรณ เวียร์ร่า
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการนอนหลับไม่เพียงพอและการนอนหลับ เพียงพอต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และประสิทธิภาพการทำงานของเยื่อบุผนังหลอดเลือด และศึกษาและเปรียบเทียบผลของการควบคุมการหายใจแบบ 4-7-8 ต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจและความดันโลหิตของผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยทั้ง 2 กลุ่ม โดยทำการศึกษาในผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยสุขภาพดีอายุ 18-25 ปีแบ่งผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนอนหลับไม่เพียงพอ จำนวน 22 คน และกลุ่มนอนหลับเพียงพอ ซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม จำนวน 22 คน ทำการวัดตัวแปร ประกอบด้วยการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจความดันโลหิตหลังการควบคุมการหายใจแบบ 4-7-8 และวัดตัวแปรข้างต้นร่วมกับน้ำตาลในเลือดและการขยายของหลอดเลือดโดยอาศัยเยื่อบุผนังหลอดเลือดก่อนการควบคุมการหายใจแบบ 4-7-8 ผลการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยทั้ง 2 กลุ่ม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการขยายของหลอดเลือดโดยอาศัยเยื่อบุผนังหลอดเลือด และแต่ละกลุ่มมีอัตราการเต้นของหัวใจความดันโลหิต ความแตกต่างของความดันโลหิต ความดันในหลอดเลือดแดงเฉลี่ยและปริมาณการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติร่วมกับมีค่าความแปรปรวนของระยะเวลาระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้งค่าสัญญาณความถี่ต่ำมากค่าสัญญาณความถี่ต่ำและค่าสัดส่วนของค่าความถี่ต่ำต่อความถี่สูงลดลงและค่าสัญญาณความถี่สูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังการควบคุมการหายใจแบบ 4-7-8 ทันที แต่ไม่พบความแตกต่างกันของตัวแปรข้างต้นและระดับน้ำตาลในเลือดระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยทั้ง 2 กลุ่ม ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยสุขภาพดีที่นอนหลับไม่เพียงพอและที่นอนหลับเพียงพอมีการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือดไม่ต่างกัน แต่ในผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยที่นอนหลับไม่เพียงพอมีประสิทธิภาพการทำงานของเยื่อบุผนังหลอดเลือดที่แย่ลง นอกจากนี้การควบคุมการหายใจแบบ 4-7-8 อาจปรับปรุงการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจโดยเพิ่มการทำงานของระบบพาราซิมพาเธติกและลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเธติก
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--มหาวิทยาลัยบูรพา, 2564</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

