<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4760" />
  <subtitle />
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4760</id>
  <updated>2026-04-04T14:41:02Z</updated>
  <dc:date>2026-04-04T14:41:02Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาติดตามผลการมีงานทำและการปฏิบัติงานของบัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17352" />
    <author>
      <name>ผ่องศรี เกียรติเลิศนภา</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุนทราวดี เธียรพิเชฐ</name>
    </author>
    <author>
      <name>รวีวรรณ เผ่ากัณหา</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17352</id>
    <updated>2024-10-30T02:02:27Z</updated>
    <published>2532-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาติดตามผลการมีงานทำและการปฏิบัติงานของบัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Authors: ผ่องศรี เกียรติเลิศนภา; สุนทราวดี เธียรพิเชฐ; รวีวรรณ เผ่ากัณหา
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานภาพในปัจจุบัน ภาวะการมีงานทำของบัณฑิตพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ร่วมงานของบัณฑิต ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ บัณฑิตพยาบาลรุ่น 2 จำนวน 33 คน ผู้บังคับบัญชาของบัณฑิต จำนวน 33 คน ผู้ร่วมงานของบัณฑิต จำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และได้นำไปใช้แล้วในการศึกษาและติดตามผบการปฏิบัติงานของบัณฑิพยาบาล รุ่น 1 ซึ่งแบบสอบถามมีค่าความเที่ยง 0.92 คณะผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์คืนมา 97 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 98.98 ซึ่งได้วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้1. สถานภาพของประชากรสถานภาพของบัณฑิตทุกคนเป็นเพศหญิง เข้ารับการศึกษาโดยผ่านการสอบจากทบวงมหาวิทยาลัย โดยส่วนใหญ่เลือกเป็นอันดับ 5 และ 6 ส่วนผู้ที่สอบในระบบโควต้าภาคตะวันออก เลือกเป็นอันดับ 1 ทุกคนผู้บังคับบัญชาของบัณฑิตเป็นเพศหญิงทั้งหมด ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 40-49 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี และระดับอนุปริญญาตรีในจำนวนใกล้เคียงกัน และมีประสบการณ์ในการทำงาน 11-20 ปีมากที่สุดผู้ร่วมงานของบัณฑิตส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงมีอายุระหว่าง 20-29 ปี จบการศึษาระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์ในการทำงาน 6-10 ปี 2. ภาวะการมีงานทำของบัณฑิตพยาบาลพบว่าบัณฑิตทำงานในภาคเอกชน และภาครัฐบาลในจำนวนใกล้เคียงกัน คือ 18 คน และ 15 คน ส่วนใหญ่ได้งานทำภายใน 6 วัน โดยการแนะนำของอาจารย์และบัณฑิตติดต่อเอง บัณฑิตส่วนใหญ่ยังไม่เคยเปลี่ยนงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาตำแหน่งงานในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพยาบาลประจำการมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 3950 ถึง 8715 บาท บัณฑิตทีปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐบาลมีรายได้ต่ำสุด บัณฑิตที่ปฏิบัติงานในคลีนิคเสริมความงามมีรายได้สูงสุด และบัณฑิตส่วนใหญ่มีความพอใจในสภาพการทำงานที่ปฏิบัติสำหรับการเป็นสมาชิกของสมาคมพยาบาลนั้น บัณฑิตส่วนใหญ่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ให้เหตุผลว่าจะเป็นโอกาสต่อไป3. คุณลักษณะและความสามารถในการปฏิบัติงานของบัณฑิตคุณลักษณะและความสามารถในงานปฏิบัติงานของบัณฑิตทั้ง 5 ด้าน คือ ความสามารถในการปฏิบัติการพยาบาล ความสามารถทางวิชาการ ด้านบริหาร ทัศนคติต่อวิชาชีพและบุคลิกภาพ ส่วนใหญ่ได้รับการประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ยกเว้น ความสามารถ ด้านการปฏิบัติการพยาบาลที่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่า บัณฑิตมีความสามารถอยู่ในระดับปานกลาง ด้านที่ได้รับการประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านบุคลิกภาพ</summary>
    <dc:date>2532-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17253" />
    <author>
      <name>ศิริวัลห์ วัฒนสินธุ์</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17253</id>
    <updated>2024-06-10T06:07:29Z</updated>
    <published>2543-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
Authors: ศิริวัลห์ วัฒนสินธุ์
Abstract: โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นสาเหตุของการตายที่สำคัญของพลเมืองไทย โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของผู้ป่วยคือ การปฏิบัติตนไม่ถูกต้องจึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการที่รุนแรงมากขึ้น และอาจถึงแก่กรรมโดยกระทันหัน แต่ปัญหาเหล่านั้นสามารถป้องกันได้ถ้าผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจ และศึกษาความสัมพันธ์และอำนาจการทำนายของเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว ระยะเวลาการเจ็บป่วย ระดับสมรรถภาพของหัวใจ การรับรู้ภาวะสุขภาพ และบุคลิกภาพกับความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่มาติดตามการรักษาที่คลินิกโรคหัวใจ แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลชลบุรี จำนวน 170 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนตัว แบบวัดบุคลิกภาพ และแบบวัดความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดย การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียรสัน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างมีความพร่องในการดูแลตนเองโดยรวมในระดับน้อย โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.38 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 7.0 โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพร่องในการดูแลตนเองในเรื่องการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมาก ๆ ร้อยละ 87 รองลงมาคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ป่วยโรคเดียวกัน คิดเป็นร้อยละ 74.1 นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยยังคงมีความพร่องในการดูแลตนเองในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน คือ การอยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่หรือผู้สูบบุหรี่ ร้อยละ 64.1 ไม่จับชีพจรและสังเกตอาการผิดปกติขณะออกกำลังกาย ร้อยละ 64.1 2. ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงกับความพร่องในการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ การรับรู้ภาวะสุขภาพ (PH) และเพศหญิง (S) สามารถทำนายความพร่องในการดูแลตนเอง (B) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถทำนายได้ร้อยละ 8.6 (R2 = 0.9, R = 0.29) สมการ B = 22.20 -0.83 (PH) -2.19 (S)</summary>
    <dc:date>2543-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาต่อการแก้ปัญหาทางสังคมและภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาล</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/9288" />
    <author>
      <name>ดวงใจ วัฒนสินธุ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สิริพิมพ์ ชูปาน</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศิริวัลห์ วัฒนสินธุ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>รัศมิ์สุนันท์ จันทรภักดี</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/9288</id>
    <updated>2023-08-07T09:09:39Z</updated>
    <published>2560-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาต่อการแก้ปัญหาทางสังคมและภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาล
Authors: ดวงใจ วัฒนสินธุ์; ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์; สิริพิมพ์ ชูปาน; ศิริวัลห์ วัฒนสินธุ์; รัศมิ์สุนันท์ จันทรภักดี
Abstract: นักศึกษาพยาบาลเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าเนื่องจากต้องเผชิญกับการปรับตัวที่หลากหลายทั้งด้านพัฒนาการตามวัย การเรียน และการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัย หากนักศึกษาพยาบาลมีทักษะการแก้ปัญหาทางสังคมที่มีประสิทธิภาพก็จะสามารถจัดการกับปัญหาที่เข้ามาได้อย่างดี ทำให้มีภาวะสุขภาพจิตที่ดีและไม่มีภาวะซึมเศร้า โครงการวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองระยะ ระยะที่หนึ่งเป็นการวิจัยเชิงพรรณนาเพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าและการแก้ปัญหาทางสังคมของนักศึกษาพยาบาลที่ศึกษาอยู่ในคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตภาคตะวันออก ในปีการศึกษา 2560 จำนวน 650 คน ส่วนระยะที่สองเป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อน การทดลอง หลังการทดลอง และติดตามผล 1 เดือน เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาต่อการแก้ปัญหาและภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาล จำนวน 60 คน ที่มีภาวะซึมเศร้าระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่ายเข้ากลุ่มกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะซึมเศร้า และแบบประเมินการแก้ปัญหาทางสังคม ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ .89 และ .83 และโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหา ดำเนินการทดลองระหว่างเดือนมกราคมถึง เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ และการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีบอนเฟอโรนี&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า&#xD;
1. ผลการวิจัยในระยะที่หนึ่งพบว่า นักศึกษาพยาบาลมีภาวะซึมเศร้าคิดเป็นร้อยละ 32 โดยมีภาวะซึมเศร้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางร้อยละ 18 และระดับรุนแรงร้อยละ 14&#xD;
2. ผลการวิจัยในระยะที่สองพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการแก้ปัญหาทางสังคมในระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที และระยะติดตามผล 1 เดือน (X ̅=106.20, SD.= 14.03 ;X ̅=106.77, SD.= 13.27) สูงกว่ากลุ่มควบคุม ( ̅X=101.07, SD.= 9.34 ;X ̅=101.30, SD.= 9.48) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&#xD;
3. กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยภาวะซึมเศร้าในระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที และระยะติดตามผล 1 เดือน (X ̅=13.30, SD.=4.63; ̅X=8.70, SD.=4.42) ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม ( ̅X=18.67, SD.=2.50 ;X ̅=18.00, SD.=3.43) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&#xD;
4. กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการแก้ปัญหาทางสังคมในระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที (X ̅=106.20, SD.=14.03) และระยะติดตามผล 1 เดือน (X ̅=106.77, SD.=13.27) สูงกว่าระยะก่อนการทดลอง &#xD;
(X ̅=99.60, SD.=13.14) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01&#xD;
5. กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยภาวะซึมเศร้าในระยะหลังการทดลองเสร็จสิ้นทันที (X ̅=13.30, SD.=4.63) และระยะติดตามผล 1 เดือน (X ̅=8.70, SD.=4.42) ต่ำกว่าระยะก่อนการทดลอง (X ̅=19.03, SD.=2.04) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&#xD;
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาพยาบาลถือเป็นประเด็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิตสำคัญที่คณาจารย์หรือบุคลากรทางสุขภาพควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิต เพื่อการประเมิน ช่วยเหลือ และติดตามภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนนำโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาไปประยุกต์ในการส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางสังคมและลดภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาล หรือนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มอื่นต่อไป
Description: โครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล (งบประมาณแผ่นดิน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560</summary>
    <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของแรงงานไทยในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4403" />
    <author>
      <name>จันทนา เกิดบางแขม</name>
    </author>
    <author>
      <name>ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สรพงษ์ เจริญกฤตยาวุฒิ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4403</id>
    <updated>2022-09-27T10:26:59Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของแรงงานไทยในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก
Authors: จันทนา เกิดบางแขม; ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์; สรพงษ์ เจริญกฤตยาวุฒิ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านส่วนบุคคล ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ด้านการทำงาน และด้านสังคมที่ส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าของแรงงานไทยในระบบในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มคนวัยแรงงานที่ถือสัญชาติไทยที่มีอายุอยู่ระหว่าง 18 ถึง 60 ปี ในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา รวมจำนวนทั้งสิ้น 455 ราย การสุ่มตัวอย่างใช้แบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามภาวะซึมเศร้า แบบสอบถามคุณภาพการนอนหลับ แบบสอบถามความเครียดจากการทำงาน แบบสอบถามสมดุลชีวิตกับการทำงาน และแบบสอบถามการรับรู้การสนับสนุนทางสังคม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติก ผลการวิจัย พบว่า ร้อยละ 40.44 ของแรงงานตัวอย่างเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ผลการวิเคราะห์การถดอถอยลอจิสติก พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของแรงงานไทยในระบบในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่ สถานภาพสมรม สถานะทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมการออกกำลังกาย คุณภาพการนอนหลับ ความเครียดจากการทำงาน และแรงสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ อย่างไรก็ดี ผลการศึกษากลับพบว่า ตัวแปรเพศ อายุ ระดับการศึกษา ดัชนีมวลกาย โรคและการเจ็บป่วย ลักษณะงาน การทำงานเป็นกะ สมดุลชีวิตกับการทำงาน และจังหวัดที่ทำงาน ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของแรงงานไทยในระบบในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกแต่อย่างใด"
Description: งานวิจัยนี้ ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากงบประมาณกองทุนวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เลขที่สัญญา 021/2562</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

