<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730" />
  <subtitle />
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4730</id>
  <updated>2026-05-20T05:09:00Z</updated>
  <dc:date>2026-05-20T05:09:00Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ปัจจัยทางนิเวศวิทยาที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของกุ้งกุลาดำ, Penaeus monodon fabricius (ปัจจัยทางกายภาพ)</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17767" />
    <author>
      <name>วิภูษิต มัณฑะจิตร</name>
    </author>
    <author>
      <name>วรวิทย์ ชีวาพร</name>
    </author>
    <author>
      <name>สมถวิล จริตควร</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17767</id>
    <updated>2026-05-13T11:10:57Z</updated>
    <published>2534-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยทางนิเวศวิทยาที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของกุ้งกุลาดำ, Penaeus monodon fabricius (ปัจจัยทางกายภาพ)
Authors: วิภูษิต มัณฑะจิตร; วรวิทย์ ชีวาพร; สมถวิล จริตควร
Abstract: ได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของน้ำ และผลการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ จากบ่อดินขนาด 3.8 ไร่ ระยะเวลาระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2534 ถึง 12 พฤษภาคม 2534 ปรากฎว่า ความเค็มมีค่าระหว่าง 29.75+-0.43 ถึง 39.01+-1.00 ส่วนในพัน, อุณหภูมิ 26.25+- 0.25 ถึง 32.00+-0.00 ซ, ความเป็นกรด-ด่าง 7.10+-0.00 ถึง 8.58+-0.21,ปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ 2.94+-0.43 ถึง 6.35+-0.18 มก./มล. , ความโปร่งใสของน้ำ 25+-0 ถึง 80+-7 เซนติเมตร , ปริมาณไนเตรท 1.88+-0.41 ถึง 14.78+-0.75 ppm., ไนไตรท์ 0.36+-0.02 ถึง 0.75+-0.05 ppb., แอมโมเนียน 0.23+-0.40 ถึง 0.45+-0.00 ppb. และฟอสเฟต 0.18+-0.00 ถึง 0.89+-0.04 ppb. การเลี้ยงกุ้ง ปล่อยหนาแน่น 50 ตัว/ตารางเมตร เมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงกุ้งได้กุ้งขนาด 25 กรัม ปริมาณ 1, 368 กิโลกรัม/ไร่ กุ้งมีอัตราการรอดตาย 62.4% และมีอัตราการแลกเนื้อ 1.474 ผลการเลี้ยงอยู่ในระดับที่ดี การวิเคราะห์ผลทางสถิติ ชี้ให้เห็นว่า คุณสมบัติของน้ำหลายประการมีความสัมพันธ์ ทั้งในทิศทางเดียวกัน และตรงข้ามกัน กับอัตราการเจริญเติบโตของกุ้งกุลาดำ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยงควรจะให้ความสนใจเรื่องอัตราการปล่อยกุ้งเป็นสำคัญ</summary>
    <dc:date>2534-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางชีวเคมีของน้ำเชื้อปลากะพงขาวที่เก็บแช่เย็นและเก็บแช่แข็ง</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17757" />
    <author>
      <name>กล่าวขวัญ ศรีสุข</name>
    </author>
    <author>
      <name>เอกรัฐ ศรีสุข</name>
    </author>
    <author>
      <name>วีรพงษ์ วุฒิพันธ์ุชัย</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17757</id>
    <updated>2026-05-07T02:13:41Z</updated>
    <published>2552-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางชีวเคมีของน้ำเชื้อปลากะพงขาวที่เก็บแช่เย็นและเก็บแช่แข็ง
Authors: กล่าวขวัญ ศรีสุข; เอกรัฐ ศรีสุข; วีรพงษ์ วุฒิพันธ์ุชัย
Abstract: ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) เป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย การแช่แข็งเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ต่อการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาว การแช่แข็งทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์สเปิร์ม เป็นผลให้การเคลื่อนที่ และการปฏิสนธิของสเปิร์มลดลง รวมทั้งเกิดความเสียหายกับเยื่อเซลล์ ความเสียหายต่อเยื่อเซลล์นี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของกรดไขมัน สเปิร์มที่ถูกแช่แข็งจะมีความไวต่อ reactive species (RS) และการเกิดลิพิดเปอร์อออกซิเดชันที่เยื่อเซลล์ ซึ่งจะทำให้หน้าที่ของสเปิร์มเสียไปในที่สุด ระบบเอนไซม์ต้านออกซิเดชันในน้ำหล่อเลี้ยงสเปิร์ม และสเปิร์ม ได้แก่ เอนไซม์ superoxide dismutase (SOD) catalase (CAT), และ glutathione peroxidase (GPx) ซึ่งทำให้เกิดการต้านการเกิดลิพิดเปอร์ออกซิเดชัน และช่วยรักษาการมีชีวิตรอดและการเคลื่อนที่ของสเปิร์ม หลังจากน้ำเชื้อปลากะพงขาวถูกเก็บแช่แข็ง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง พบว่ามีการเคลื่อนที่ลดลง ทำการศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบของกรดไขมันจากสเปิร์มของน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็ง โดยการแยกชนิดของลิพิดในลิพิดรวมด้วยเทคนิค 1silica gel column chromatography และวิเคราะห์องค์ประกอบของกรดไขมันในส่วนฟอสโฟลิพิดโดยเทคนิค Gas Chromatography พบว่ากรดไขมันอิ่มตัวหลักในสเปิร์มปลากะพง คือ palmitic acid (C16:0) ส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบมากคือ docosahexaenoic acid (DHA: C22:6m3) องค์ประกอบและปริมาณของกรดไขมันจากสเปิร์มของน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งมี palmitic acid เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05) แต่มี tricosanoic acid (C23:0), DHA (C22:6n3), docosapentacnoic acid (DHA; C22:5n6) และ elaidic acid (C18:1n9t) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P&lt;0.05) ส่งผลให้อัตราส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวต่อกรดไขมันอิ่มตัวหลังการแช่แข็งมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้กิจกรรมของเอนไซม์ SOD ในสเปิร์มของน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งมีค่าสูงขึ้นกว่าสเปร์มของน้ำเชื้อสดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่กิจกรรมของเอนไซม์ CAT และ GPx ของสเปิร์มจากน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ต้านออกซิเดชัน SOD อาจเกิดขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายจากการแช่เย็น</summary>
    <dc:date>2552-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดในพลาสมาของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ในสภาวะช็อก</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17755" />
    <author>
      <name>บุญรัตน์ ประทุมชาติ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17755</id>
    <updated>2026-05-06T04:32:15Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดในพลาสมาของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ในสภาวะช็อก
Authors: บุญรัตน์ ประทุมชาติ
Abstract: การวิจัยการเปลี่ยนแปลงทางสรีระเคมีในเลือดของกุ้งขาววัยรุ่น (Litopenaeus vannamei) ใน สภาวะช็อก ใช้กุ้งขาวจากบ่อเลี้ยงความยาวเฉลี่ย 11.3 + 1.2 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 10.8 + 1.5 กรัมเลี้ยงในน้้าความเค็ม 25 ppt ท้าการวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design :CRD) แบ่งออกเป็น 2 ชุดการทดลอง กุ้งที่ปกติและกุ้งสภาพช็อค (อาการตัวเกร็งงอ ล้าตัวมีสีขุ่นขาวบางส่วน) ท้าการทดลอง 5 ซ้ำ ศ้ำละ 30 ตัว แล้วจึงทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเลือดกุ้งระยะลอกคราบ D0 เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นโซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง คลอรีน ซัลเฟอร์ฟอสฟอรัส โปรตีน และออกซีฮีโมไซยานิน จากการทดลองพบว่าความเข้มข้นโซเดียม แคลเซียม แมงกานีส ทองแดง คลอรีน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโปรตีนในพลาสมาของกุ้งขาวสภาพก่อนช็อคและที่อยู่ในสภาพช็อคมีค่าไม่แตกต่างกัน (p&gt;0.05) ความเข้มข้นของแมกนีเซียม และออกซีฮีโมไซยานินมีค่าลดลง (p&lt;0.05) ขณะที่ความเข้มข้นโพแทสเซียมสูงขึ้น (p&lt;0.05) ในพลาสมาของกุ้งขาวสภาพช็อค</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742" />
    <author>
      <name>นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17742</id>
    <updated>2026-04-13T12:04:23Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: กุ้ง กั้ง ปูในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเลหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี
Authors: นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
Abstract: ทำการศึกษาอนุกรมวิธานของกุ้ง กั้ง และปู บริเวณชายฝั่งและแนวปะดารังของเกาะแรด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิการยน 2553 ถึงเดือนกันยายน 2556 จากการศึกษา พบตัวอย่างกุ้งและปูทั้งหมด 32 ชนิด ประกอบด้วยกุ้งที่อยู่ใน Infraorder Caridea ทั้งสิ้น 4 ชนิด ปูไม่แท้จริง (false crab) ที่อยู่ใน Infraorder Anomura ทั้งสิ้น 1 ชนิด และปูแท้จริง (true crab) ที่อยู่ใน infraorder Brachyura ทั้งสิ้น 27 ชนิด โดยตัวอย่างกุ้งทั้งหมดที่รวบรวมได้สามารถจำแนกได้เป็น 1 ครอบครัว 2 ครอบครัวย่อย 3 สกุล 4 ชนิด ได้แก่ Palaemon serrifer, Conchodytes blunguiculatus, Alpheus euphorosyne และ A.lpheus sp. ส่วนตัวอย่างปูไม่แท้จริง พบทั้งสิ้น 1 ครอบครัว 1 สกุล 1 ชนิด ได้แก่ Petrolisthes larmarckii และปูแท้จริงใน Infraorder Crachyura พบทั้งสิ้น 14 ครอบครัว 9 ครอบครัวย่อย 21 สกุล 27 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยครอบครัวต่าง ๆ ได้แก่ Dorippidae, Majidae, Portunidae, Eriphiidae, Oziidae, Eumedonidae, Trapeziidae, Xanthidae, Grapsidae, Searmidae, Plagusiidae, Varunidae, Ocypodidae และ Dotillisae ทั้งนี้ปูส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่ในครอบครัว Portunidae รองลงมาได้แก่ Xanthidae และ Grapsidae ตามลำดับ มีกุ้ง 1 ชนิด และปู 2 ชนิด ที่ถูกพบเป็นรายงานครั้งแรกในหมู่เกาะแสมสาร ได้แก่ Conchodytes biunguiculatus, Zebrida adamsii และ Liomera venasa ตามลำดับ</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

